บทเทศน์ประกอบการปฏิบัติจิตสำหรับบุคลากรของสันตะสำนัก: (9) การพักผ่อนนิรันดร (9/10)

บาทหลวงโรแบร์โต ปาโซลีนี (คณะภราดาน้อยกาปูชิน) นักเทศน์ประจำพระองค์สมเด็จพระสันตะปาปา ได้นำไตร่ตรองภายในการปฏิบัติจิตสำหรับบุคลากรของสันตะสำนักประจำปี 2025 โดยในครั้งที่ 9 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม 2025 เวลา 17.00 น. มีหัวข้อเรื่อง “การพักผ่อนนิรันดร” และมีเนื้อหาโดยสรุป ดังนี้
ชีวิตนิรันดรเป็นของประทานที่มีอยู่แล้วในตอนนี้ แต่พวกเรามักประสบความยากลำบากในการทำความเข้าใจแง่มุมพื้นฐานอย่างหนึ่งของชีวิตนิรันดร กล่าวคือ การพักผ่อน พวกเราทั้งหลายล้วนรู้จักบทสวดภาวนาอย่างหนึ่งที่พวกเราเคยได้ยินตั้งแต่เด็ก ๆ ว่า ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานการพักผ่อนนิรันดรแก่เขาเถิด ขอให้ความสว่างนิรันดรส่องแสงแก่เขา ขอให้เขาได้พักผ่อนในสันติสุขเถิด อาแมน
ความคิดที่มองว่า[ชีวิตนิรันดร]เป็นการพักผ่อน อาจทำให้บางคนผิดหวัง เพราะดูเหมือนว่าชีวิตย่อมจบลงด้วยการนอนหลับอย่างไม่รู้จบ แต่ความคิดเช่นนี้เป็นความเข้าใจผิดอย่างลึกซึ้งซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเรามองว่าการพักผ่อนเป็นเพียงการไม่ทำอะไร [อย่างไรก็ตาม] ในทัศนะของพระคัมภีร์นั้น [การพักผ่อน]เป็นสถานะแห่งความบริบูรณ์และการได้รับความเติมเต็ม
พระเจ้าเองก็ทรงพักผ่อน กล่าวคือ เมื่อพระเยซูเจ้าทรงถูกนำไปฝังไว้ในพระคูหาหลังจากที่พระองค์[สิ้นพระชนม์บน]ไม้กางเขน ช่วงเวลาที่ว่านี้ไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งการอยู่นิ่ง ๆ โดยเปล่าประโยชน์ หากแต่เป็นช่วงเวลาแห่งความเต็มเติมหลังจากที่กิจการอย่างหนึ่งได้สำเร็จบริบูรณ์ ดังที่บทเทศน์โบราณสำหรับวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ได้กล่าวไว้ว่า “พระเจ้าได้สิ้นพระชนม์ภายในกายเนื้อ และได้เสด็จลงไปยังแดนมรณะเพื่อทำให้ที่นั่นสั่นสะเทือน”
พระเยซูเจ้าทรงพักผ่อน แต่ก็ทรงกระทำกิจการอย่างน่าพิศวง พระองค์ได้ทรงปลดปล่อยผู้ที่ถูกจองจำในแดนมรณะ สิ่งนี้สอนเราว่า การหยุดพักไม่ใช่การทำตัวไร้ประโยชน์ หากแต่เป็นการโอบรับกาลเวลาด้วยความเชื่อมั่น ปราศจากการดิ้นรนที่จะกระทำสิ่งนั้นสิ่งนี้อย่างบ้าคลั่งและไร้แก่นสาร
ทุกวันนี้การพักผ่อนถูกละเลย[และถูกมองว่า]เป็นของฟุ่มเฟือย พวกเรากำลังอยู่ในสังคมที่เรียกร้องให้เราทำนั่นทำนี่อยู่ตลอด จะต้องติดต่อกับผู้อื่นอยู่ตลอด จะต้องทำตัวมีผลิตภาพอยู่ตลอด อย่างไรก็ตาม ยิ่งเรามีโอกาสหลากหลายขึ้นเท่าไหร่ [โอกาสแห่ง]การพักผ่อนที่แท้จริงก็ยิ่งมีน้อยลงเท่านั้น เรื่องอุปมาของผู้รับใช้ ผู้ไม่หวังบำเหน็จรางวัลหลังจากทำงานเสร็จแล้ว หากแต่ยอมรับว่าเขาเพียงแค่ได้ทำสิ่งที่ต้องทำเท่านั้น เป็นสิ่งที่สอนให้เรารู้จักเคล็ดลับที่สำคัญอย่างหนึ่ง กล่าวคือ ถ้าเรายังหมกมุ่นอยู่กับผลสำเร็จ เราก็จะไม่มีวันได้พักผ่อนเลย มีเพียงผู้ที่ยอมรับข้อจำกัดของตนด้วยใจสงบเท่านั้นที่จะได้พักผ่อนในท้ายที่สุด
การพักผ่อนที่แท้จริงไม่ใช่การไม่ทำอะไร หากแต่เป็นเสรีภาพ เป็นสภาวะที่เราไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรให้แก่ใครอีกต่อไป เหตุว่าเรายอมให้ตนเองอยู่ภายในอ้อมกอดแห่งความรักของพระเจ้า [การพักผ่อนที่แท้จริง]คือสันติสุขภายในใจที่ทำให้เราทั้งหลายกล่าวได้ว่า “ผู้ที่เข้าไปในที่พักผ่อน คือผู้ที่พักผ่อนจากกิจการของตน เช่นเดียวกับที่พระเจ้าทรงพักผ่อนจากการงานทั้งปวงของพระองค์” (ฮบ 4:10)
การพักผ่อนอย่างดี ย่อมเป็นการฝึกตนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตนิรันดร เป็นการเรียนรู้ที่จะมีชีวิตโดยปราศจากความกลัว ละทิ้งสิ่งต่าง ๆ ที่เกินความจำเป็น และมีความเชื่อมั่นว่าพระเจ้าทรงกระทำกิจการอยู่ในเรา
การพักผ่อนที่แท้จริงคือสันติสุขภายใน [เรื่องใครจะได้พักผ่อนอย่างแท้จริงนั้น]ไม่ได้วัดกันด้วยผลสำเร็จบางอย่าง หากแต่วัดกันที่ความสามารถในการน้อมรับสิ่งต่าง ๆ ที่ชีวิตจะมอบให้แก่เรา [การพักผ่อนที่แท้จริง]ไม่ใช่การหลีกหนี หากแต่เป็นหนทางเพื่อเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้นและปราศจากความกังวล ไม่ใช่การทำตัวเฉื่อยชา หากแต่เป็นการมีความเชื่อมั่นอย่างกระตือรือร้น ซึ่งจะทำให้เรามีอิสระในการมอบความรักให้แก่ผู้อื่น
“ไม่มีความกลัวในความรัก ความรักที่สมบูรณ์ย่อมขจัดความกลัว” (1 ยน 4:18) ในท้ายที่สุด ชีวิตนิรันดรไม่ใช่เป้าหมายที่อยู่ห่างไกล แต่เป็นความจริงอย่างหนึ่งที่เติบโตอยู่ตอนนี้ภายในเรา และแม้กระทั่งในตอนนี้ เราทั้งหลายก็ถูกเรียกให้นำความจริงอันนี้มาปฏิบัติในชีวิตของพวกเราเอง
(วิษณุ ธัญญอนันต์ และวรินทร เติมอริยบุตร แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เก็บบทเทศน์การเข้าเงียบประจำปี 2025 เทศกาลมหาพรต มาแบ่งปันและเพื่อการไตร่ตรอง)
