บทเทศน์ประกอบการปฏิบัติจิตสำหรับบุคลากรของสันตะสำนัก: (10) การน้อมรับการเปลี่ยนแปลง (10/10)

            ชีวิต ซึ่งมีทั้งความงามและความยากลำบากอยู่ภายใน ย่อมตั้งคำถามอย่างหนึ่งที่สำคัญต่อพวกเรา กล่าวคือ หากว่าทุกสิ่งจะต้องจบลงสักวันหนึ่ง แล้วอะไรคือความหมายของการที่พวกเราเดินทางอยู่ในโลกนี้

            หากเราไม่มีความหวังใน[ชีวิตนิรันดร] ความเป็นจริงที่หนักอึ้งก็อาจกดทับเราหรือทำให้เรามองโลกในแง่ร้าย [และในท้ายที่สุดก็อาจ]นำพาให้เรายอมแพ้ นักบุญเปาโล[จึง]เรียกร้องให้เราทั้งหลายมีสายตาจับจ้องอยู่กับสิ่งต่าง ๆ ที่มองไม่เห็น ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นนิรันดร

            ความถดถอยทางร่างกายเป็นลักษณะอย่างหนึ่งที่มีอยู่ในมนุษย์ อย่างไรก็ตาม มีการฟื้นฟูอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในทุก ๆ วัน คือ การฟื้นฟูภายใน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดูเหมือนจะสูญสลายนั้น แท้จริงแล้วมีจุดหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า เพราะว่าพระเจ้าทรงสร้างเราทั้งหลายมาเพื่อให้กลับคืนชีพใหม่ นี่ไม่ใช่ความหวังเลื่อนลอยที่ไม่มีจริง หากแต่เป็นตรรกะตามธรรมชาติเกี่ยวกับ[สิ่งสร้างที่ย่อมถูก]เรียกไปสู่ความบริบูรณ์

            พระเจ้าทรงทำให้แผนการแห่งความรักของพระองค์สมบูรณ์ขึ้นภายในพระธรรมล้ำลึกแห่งไม้กางเขนและการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระคริสตเจ้า ถึงแม้ว่าไม้กางเขนจะดูเหมือนเป็นความพ่ายแพ้ แต่ที่จริงแล้ว [ไม้กางเขน]คือการเผยแสดงของพระบิดาผู้ไม่ทรงทอดทิ้งบุตรชายหญิงของพระองค์ นี่ย่อมหมายความว่า ชีวิตของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับความบังเอิญหรือโชคชะตา หากแต่เป็นส่วนหนึ่งในแผนการแห่งการรับเป็นบุตรและการไถ่กู้ที่ทำให้เราทั้งหลายเป็นบุตรชายหญิงอันเป็นที่รัก และมีจุดหมายปลายทางคือความเป็นนิรันดร

            ประสบการณ์ทุกอย่างของพวกเรา ทั้งความปีติยินดี ความเศร้าโศก ความสำเร็จ และความล้มเหลว ล้วนเป็นส่วนหนึ่งภายในความเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง เหมือนกับเวลาที่เมล็ดพันธุ์ได้ตายลงและทำให้ชีวิตใหม่ก่อกำเนิด ในทำนองเดียวกัน ถึงแม้ว่าเราจะต้องก้าวผ่านประตูแห่งความตาย แต่จุดหมายปลายทางของเราคือชีวิตใหม่แห่งสิริรุ่งโรจน์

            ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หากแต่ได้เริ่มแล้วแม้แต่ในตอนนี้ด้วย [เช่น ใน]การแลกเปลี่ยนที่น่าพิศวงอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในศีลมหาสนิท กล่าวคือ เรามอบถวายชีวิตของเราแด่พระเจ้า ขณะที่เราได้รับพระคริสตเจ้าเป็นการตอบแทน และพระคริสตเจ้านี้ก็จะทรงเปลี่ยนแปลงเราภายในความรักของพระองค์

            ในทุกมิสซาที่พวกเราถวาย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเป็นย่อมถูกยกขึ้นไปอยู่ในชีวิตของพระคริสตเจ้า ผู้ทรงนำสิ่งเหล่านี้ไปมอบถวายไว้เบื้องหน้าพระเจ้าพระบิดา มิสซาไม่ใช่พิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ หากแต่เป็นกระบวนการแท้จริงที่เปลี่ยนแปลงตัวตนของเรา ทำให้เรามีส่วนในชีวิตนิรันดรแม้ในปัจจุบัน

            พวกเราไม่รู้แน่ชัดว่าอะไรจะเกิดขึ้นในท้ายที่สุด แต่พวกเรารู้ว่า สิ่งที่พวกเราจะได้เป็นนั้นดำรงอยู่แล้วเป็นเมล็ดพันธุ์ภายในตัวเรา พวกเราไม่ได้ถูกกำหนดให้ต้องกลายเป็นความว่างเปล่า ไม่มีตัวตน เพราะจุดหมายปลายทางที่ถูกกำหนดไว้เพื่อพวกเราคืออนาคตที่เต็มไปด้วยความหวัง หากเรามีความเชื่อมั่นเช่นนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป ชีวิตของพวกเราย่อมไม่ใช่เป็นภาพยนตร์ที่ไร้ความหมาย หากแต่เป็นผลงานที่เขียนขึ้นและกำกับโดยศิลปินที่ประเสริฐยิ่ง ผู้ทรงเชื้อเชิญให้เราทั้งหลายมีสายตาจับจ้องยังความเป็นนิรันดร และก้าวเดินไปหาพระองค์ด้วยความมั่นใจ

            ความจริงมีอยู่ว่า พระเจ้าทรงประทานกำเนิดบุตรชายหญิง และหนึ่งในนั้นก็คือพวกเรา แผนการแห่งความรักของพระองค์เป็นอนาคตที่อยู่ต่อหน้าเราทั้งหลาย ซึ่งในตอนนี้ได้รับการเปิดเผยเพียงบางส่วน แต่ลำพังสิ่งที่พวกเรามองเห็นอยู่ในตอนนี้ก็น่าพิศวงอยู่แล้ว กล่าวคือ [เราทั้งหลายได้เห็นว่า]พวกเราเป็นบุตรชายหญิงอันเป็นที่รัก เป็นประชากรสวรรค์ ผู้มีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า และมีชีวิตอยู่เป็นนิรันดร