ข้อคิดในมิสซา วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.2026

(1 พงศ์กษัตริย์ 19:9ก,11-13ก; โรม 9:1-5; มัทธิว 14:22-33)


เด็กชายจอห์นนี่ กลัวว่ายน้ำมาก คุณพ่อจึงพาไปสระว่ายน้ำ แล้วพูดว่า “ลูก…มองหน้าป๊าไว้นะนะ” จอห์นนี่มองหน้าป๊า เขาก้าวได้ เดินได้ ยิ้มได้ เริ่มหัดว่ายน้ำได้ แต่ทันใดนั้น…มีคนขายไอศกรีมเดินผ่าน จอห์นี่หันไปมอง “โอ้ป๊า…ช็อกโกแลต!” จอห์นนี่จมน้ำทันที ป๊ารีบดึงขึ้น แล้วพูดประโยคหนึ่งที่จอห์นนี่จำไปทั้งชีวิต ลูกไม่ได้ตกน้ำ เพราะน้ำลึก…ลูกเริ่มจมน้ำ สำลักน้ำ เพราะลูกละสายตาจากป๊า”

นี่คือพระวรสารวันนี้ทั้งบท เปโตรไม่ได้จมน้ำ เพราะคลื่นแรง แต่เพราะ ละสายตาจากพระเยซูเจ้า


หากมีคนถามว่า “สิ่งที่ผู้คนยุคนี้กลัวที่สุดคืออะไร?” หลายคนอาจตอบว่า… เศรษฐกิจตกต่ำ, สงคราม, ภัยธรรมชาติ, ปัญญาประดิษฐ์, โรคระบาด, ภัยการเมือง, ความไม่แน่นอนของโลก

แต่แท้จริงแล้ว… ผู้คนไม่ได้กลัวพายุ…พวกเขากลัวการต้องเผชิญพายุเพียงลำพัง

นั่นคือเหตุผลที่พระวาจาวันนี้ทั้งสามบทพูดเรื่องเดียวกัน

พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้งเราในวันที่คลื่นลมแรงที่สุด


เอลียาห์เพิ่งชนะบรรดาประกาศกของพระบาอัล แต่แทนที่จะได้รับรางวัล…

เขากลับถูกตามล่า เหนื่อยล้า หมดไฟ อยากตาย เขาจึงหนีขึ้นภูเขาโฮเรบ

พระเจ้าตรัสให้เขาออกมายืนหน้าถ้ำ แล้วเกิด…ลมพายุรุนแรง, แผ่นดินไหว, ไฟ

แต่พระคัมภีร์ย้ำสามครั้งว่า พระเจ้าไม่ได้อยู่ในสิ่งเหล่านั้น

จนกระทั่ง…เกิด เสียงลมแผ่วเบา” แล้วเอลียาห์รู้ทันทีว่า “พระเจ้ามาแล้ว”

นี่คือบทเรียนสำคัญมาก โลกยุคนี้เสียงดังเหลือเกิน มีทั้ง เสียงข่าว, เสียงโซเชียลมีเดีย,

เสียงดราม่า, เสียงความเกลียดชัง, เสียงการแข่งขัน, เสียงโฆษณา…ฯลฯ

แต่…พระเจ้ามักตรัสเบาๆพระองค์ไม่ตะโกนแข่งกับโลก

ถ้าหัวใจเราไม่เงียบ… เราจะไม่ได้ยินพระองค์เลย


ปัจจุบันโลกเต็มไปด้วยข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง เราเช็กโทรศัพท์วันละหลายสิบหรือหลายร้อยครั้ง แต่ถามตัวเองว่า วันนี้เราเช็กหัวใจตัวเองหรือยัง?

หลายคนรู้ข่าวของทั้งโลก แต่ไม่รู้ว่า…พระเจ้ากำลังพูดอะไรกับชีวิตของตนเอง


บทอ่านที่สองดูเหมือนต่างจากสองบทแรก แต่จริง ๆ แล้วเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง

เปาโลกล่าวว่า “ข้าพเจ้าปรารถนาจะถูกสาปแช่งแทนพี่น้องของข้าพเจ้า”

นี่คือความรักของผู้อภิบาล คนที่รักพระเจ้าแท้จริง จะไม่ถามว่า “ฉันจะรอดไหม”

แต่ถามว่า “ฉันจะช่วยให้คนอื่นรอดได้อย่างไร


พระศาสนจักรไม่ใช่สโมสรของคนดี แต่เป็น โรงพยาบาลสนามสำหรับคนบาดเจ็บ

หลายคนกำลังห่างพระเจ้า ไม่ได้เพราะเกลียดพระองค์ แต่เพราะไม่มีใครเดินเข้าไปหา


นี่คือพระวรสารที่เราได้ยินได้ฟังครั้งแล้วครั้งเล่า

สาวกกำลังพายเรือ ลมแรง, คลื่นสูง, กลางคืน, แล้วพระเยซูเจ้าเสด็จมา

เดินบนน้ำ เปโตรพูดว่า “พระเจ้าข้า ถ้าเป็นพระองค์จริง โปรดสั่งให้ข้าพเจ้าเดินไปหาพระองค์” พระเยซูเจ้าตรัสเพียงคำเดียว มาเถิด”

เปโตรเดินได้สบายๆ ตราบใดที่ เขามองไปที่พระเยซูเจ้า

แต่เมื่อใด เขาหันไปมองคลื่นเขาก็จมทันที แม้จะเป็นชาวประมงว่ายน้ำเก่งก็ตาม


ปัญหาไม่ใช่คลื่น, ปัญหาไม่ใช่ลม, ปัญหาไม่ใช่โลก

ปัญหาคือ เราเอาตาไปจ้องคลื่นมากกว่าจ้องพระเยซูเจ้า


โลกวันนี้ เต็มไปด้วยปัญหาสารพัด ข่าวร้าย, เศรษฐกิจตกต่ำ, สงคราม, ภัยธรรมชาติ,

โรคระบาด, ปัญญาประดิษฐ์ AI, การแข่งขัน, ทุกอย่างเหมือนคลื่น

ถ้าเรามองแต่คลื่น คือวนเวียนอยู่กับปัญหา เราจะจมด้วยความกลัว

แต่ถ้ามองพระเยซูเจ้า  แม้คลื่นอาจยังอยู่ แต่หัวใจจะสงบนิ่ง มีอุเบกขา


พระศาสนจักรก็เหมือนเรือลำนั้น

บางครั้ง มีคลื่น มีเสียงวิจารณ์ มีความแตกต่าง มีความเหนื่อยของผู้รับใช้

มีจำนวนผู้มาวัดลดลงในบางแห่ง มีคนหมดกำลังใจ

แต่พระเยซูเจ้าไม่ได้อยู่ไกล พระองค์กำลังเดินอยู่บนคลื่นนั้น

และตรัสเหมือนเดิมว่า อย่ากลัวเลย เราเอง”

ประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักรตลอดสองพันปีพิสูจน์ว่า พระศาสนจักรเคยผ่านการเบียดเบียน สงคราม โรคระบาด และวิกฤตมากมาย แต่ทุกครั้งที่ดูเหมือนเรือจะอับปาง พระเยซูคริสตเจ้าทรงอยู่ในเรือลำนั้นเสมอ และทรงนำพาให้แล่นต่อไปด้วยพระหรรษทานของพระองค์


ชายคนหนึ่งเพิ่งหัดขับรถ วันแรกภรรยานั่งข้าง ๆ

เขาขับไปได้ไม่ถึงห้าร้อยเมตร ภรรยาก็ตะโกน “ระวัง!”

เขาสะดุ้ง หักพวงมาลัย เกือบชนต้นไม้

ผ่านไปอีกนิด ภรรยาร้องอีก “โอ๊ย จะชนแล้ว!”

เขายิ่งตกใจ เหยียบเบรกแรง เครื่องดับกลางถนน

สามีเริ่มหงุดหงิด “ตกลงคุณจะให้ผมมองถนน หรือมองหน้าคุณ?”

ภรรยาตอบทันที “ก็มองถนนสิ! ฉันตะโกนเพราะนายมัวแต่หันหน้ามามองฉัน!”


ปีศาจไม่จำเป็นต้องผลักเราให้ล้ม เพียงทำให้เราเลิกมองพระเยซูเจ้า

แล้วหันไปมอง เสียงคน คำวิจารณ์ ยอดวิว ยอดไลก์ เงิน ปัญหา ความกลัว

ไม่นาน… เราก็จมเอง


นักบุญเปโตรไม่ได้จม เพราะเดินบนน้ำ แต่จม เพราะละสายตาจากพระเยซูเจ้า

หลายครั้งในชีวิต พระเจ้าไม่ได้รีบทำให้คลื่นสงบ

แต่ทรงทำให้ หัวใจของเราสงบกว่าเดิม

เพราะหัวใจที่ยึดพระเยซูเจ้าไว้ แม้จะอยู่ท่ามกลางพายุ ก็ยังไม่สูญเสียความหวัง


  1. หาเวลาเงียบกับพระเจ้าอย่างน้อยวันละ 10 นาที ปิดโทรศัพท์ ปิดเสียงรบกวน แล้วฟัง “เสียงลมแผ่วเบา” ที่พระองค์ตรัสกับใจเรา
  2. เมื่อเกิดปัญหา อย่าเริ่มด้วยความตื่นตระหนก แต่เริ่มด้วยการภาวนา ก่อนโทรหาใครหรือโพสต์ระบาย ลองกล่าวว่า “พระเยซูเจ้าข้า โปรดทรงช่วยข้าพเจ้าด้วย”
  3. เป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเผชิญพายุชีวิต โทรหา เยี่ยมเยียน หรือส่งข้อความถึงผู้ที่กำลังทุกข์ใจ เพราะบางครั้งเราอาจเป็น “มือของพระเยซูเจ้า” ที่ยื่นไปฉุดเขา
  4. ทุกคืนก่อนนอนถามตนเองว่า วันนี้ข้าพเจ้ามอง “คลื่น” มากกว่า “พระเยซูเจ้า” หรือไม่? แล้วมอบทุกสิ่งไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์

เอลียาห์สอนเราให้ ฟังเสียงของพระเจ้า

เปาโลสอนเราให้ รักผู้คนด้วยหัวใจของพระเยซูเจ้า

เปโตรสอนเราให้ จ้องมองพระเยซูเจ้ามากกว่าคลื่นลม

ชีวิตคริสตชนไม่ได้รับสัญญาว่าจะไม่มีพายุ แต่ได้รับพระสัญญาที่ยิ่งใหญ่กว่า คือ…

และเมื่อเรากล้าที่จะก้าวออกจาก “เรือแห่งความเคยชิน” ด้วยความเชื่อ แม้เท้าจะสัมผัสคลื่น แต่พระหัตถ์ของพระเยซูเจ้าจะไม่มีวันปล่อยมือของผู้ที่ร้องเรียกพระองค์ด้วยความจริงใจ อาแมน



ช่องทางติดตามข้อคิดบทเทศน์ประจำวัน
ID Line : @vissanu201
https://lin.ee/6gZZDwO


รูปภาพ