บทเทศน์และข้อคิดสมโภชพระคริสตวรกายและพระโลหิต (ปี A)
(เฉลยธรรมบัญญัติ 8:2-3, 14-16; 1 โครินธ์ 10:16-17; ยอห์น 6:51-58)
“อาหารเดียวกันบนหนทางอันยาวไกล สู่การเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่แตกสลาย“
พี่น้องที่รักในพระเยซูคริสตเจ้า,
ในยุคปัจจุบัน เรากำลังอยู่ในโลกที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง แต่ในความเร็วนั้น หลายครั้งเรากลับรู้สึก “หิวโหย” และ “โดดเดี่ยว” ลึกๆ ในใจ เราหิวโหยความรักที่แท้จริง เราหิวโหยความยุติธรรม และพระศาสนจักรของเราเองก็มักจะเผชิญกับความท้าทายของความขัดแย้งและการแบ่งแยก สายตาของโลกวันนี้มองความสัมพันธ์เป็นเพียงเรื่องของผลประโยชน์ แต่ในวันสมโภชพระคริสตวรกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสตเจ้านี้ พระวาจาของพระเจ้าท้าทายให้เราหยุดเพื่อการไตร่ตรอง และหันกลับมามอง “อาหาร” ที่แท้จริงที่จะประคับประคองชีวิตเรา
1. ความทรงจำในถิ่นทุรกันดาร: พระเจ้าผู้ไม่เคยทอดทิ้ง
บทอ่านที่หนึ่งจากหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ เตือนสติชาวอิสราเอล (และเตือนสติเราในวันนี้) ว่า “จงระลึกถึงหนทางอันยาวไกลซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงนำท่านในถิ่นทุรกันดาร”
ชีวิตในปัจจุบันของเราก็ไม่ต่างจากถิ่นทุรกันดาร บางครั้งเราเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตความเชื่อ ความศรัทธา หรือความเจ็บป่วย แต่ในถิ่นทุรกันดารนั้นเอง พระเจ้าทรงประทาน “มานนา” อาหารที่พวกเขาไม่เคยรู้จัก เพื่อสอนว่า “มนุษย์มิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารแต่อย่างเดียว แต่ดำรงชีวิตด้วยทุกสิ่งที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า”
ในวันที่เราเหนื่อยล้ากับโลกปัจจุบัน ศีลมหาสนิทคือ “มานนา” ยุคใหม่ เป็นเครื่องหมายว่าพระเจ้าไม่เคยทิ้งเราไว้กลางทาง พระองค์ทรงเดินเคียงข้างและประทานกำลังให้เราเสมอ
2. ศีลมหาสนิท: อาหารที่เชื่อมเราให้เป็น “ร่างกายเดียวกัน”
เมื่อเราหันมามองพระศาสนจักรในปัจจุบัน นักบุญเปาโลในบทอ่านที่สองเตือนใจเราอย่างเฉียบคมว่า “ถ้วยพระพร…มิใช่การมีส่วนร่วมในพระโลหิตของพระคริสตเจ้าหรือ? ปังที่เราบิออก…มิใช่การมีส่วนร่วมในพระกายของพระคริสตเจ้าหรือ?”
สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญและลึกซึ้งที่สุดคือคำว่า “เพราะมีปังก้อนเดียว เราแม้เป็นบุคคลหลายคน ก็เป็นกายเดียวกัน”
ในสังคมปัจจุบันที่ชอบแบ่งแยกผู้คนด้วยความคิดเห็นทางการเมือง ฐานะ หรือรสนิยม แม้แต่ในพระศาสนจักรบางครั้งเราก็แอบสร้างกำแพงกั้นระหว่างกัน แต่เมื่อเราเดินออกไปรับศีลมหาสนิท เราทุกคนรับจากปังทิพย์ก้อนเดียวกัน ไม่มีใครใหญ่โตกว่าใครที่โต๊ะอาหารของพระเจ้า
- ศีลมหาสนิทท้าทายพระศาสนจักรในวันนี้ให้ ทำลายกำแพงแห่งการอคติ ทิฐิ
- หากเรารับพระกายของพระองค์ แต่เรายังเกลียดชังพี่น้องที่นั่งข้างๆ การรับศีลของเราก็ยังไม่สมบูรณ์
3. “เนื้อของเราเป็นอาหารแท้”: ความรักที่ยอมถูกบิออกเพื่อคนอื่น
ในพระวรสาร พระเยซูเจ้าทรงประกาศอย่างหนักแน่นและทรงพลังว่า “เราเป็นปังทรงชีวิตที่ลงมาจากสวรรค์…ปังที่เราจะให้นี้คือเนื้อของเรา เพื่อให้โลกมีชีวิต”
คำว่า “เนื้อและโลหิต” ในวัฒนธรรมเซมิติก หมายถึง “ทั้งชีวิต” ของบุคคลนั้น พระเยซูเจ้าไม่ได้ประทานเพียงสิ่งของ แต่พระองค์ทรงประทาน “พระองค์เองทั้งครบ” ให้เรา พระองค์ยอมถูกตรึงตายบนไม้กางเขน ยอมถูก “บิออก” เพื่อให้เราได้มีชีวิต
นี่คือจุดที่พระศาสนจักรและคริสตชนต้องนำมาไตร่ตรองอย่างจริงจัง:
“เรารับพระกายพระเยซูคริสต์ เพื่อเปลี่ยนแปลงให้เป็นพระกายพระคริสต์ในโลก”
เมื่อเราเดินออกจากประตูวัดหลังจากจบมิสซา เราต้องยอมเป็น “ปังที่ถูกบิออก” เพื่อผู้อื่นเช่นกัน:
- ยอมสละเวลาเพื่อฟังคนที่กำลังเป็นทุกข์
- ยอมแบ่งปันสิ่งที่มีเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในสังคมปัจจุบัน
- เป็นผู้สร้างสันติสุขในครอบครัวและที่ทำงาน
บทสรุป: สู่การเปลี่ยนแปลงชีวิต
ศีลมหาสนิทไม่ใช่เพียงแค่พิธีกรรมที่น่าศักดิ์สิทธิ์ที่เรามาร่วมแต่ละครั้ง ทว่านี่คือ “หัวใจเต้น” ของคริสตชน ทุกครั้งที่เรากินปังนี้และดื่มถ้วยนี้ พระเยซูเจ้าทรงพำนักอยู่ในเรา และเราพำนักในพระองค์
ขอให้สมโภชปีนี้ เปลี่ยนเราจากผู้รับ…ให้กลายเป็นผู้ให้ เปลี่ยนจากความโดดเดี่ยว…สู่ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ให้เราออกไปจากวัดนี้ด้วยพลังเต็มเปี่ยม เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความรักและความหวังของพระเยซูคริสตเจ้าในโลกปัจจุบันที่กำลังโหยหาพระองค์อย่างแท้จริง
(พ่ออยากเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจสักเรื่องหนึ่ง)
“หนูอยากเป็นพระเยซูเจ้า”
ยังมีคุณพ่อเจ้าวัดท่านหนึ่ง เป็นคนใจดีและตั้งใจสอนคำสอนเด็กๆ มาก วันหนึ่งในชั่วโมงคำสอนเพื่อเตรียมเด็กๆ รับศีลมหาสนิทครั้งแรก คุณพ่ออยากทดสอบความเข้าใจของเด็กๆ ว่าพวกเขารู้ไหมว่าการรับพระกายของพระเยซูเจ้าเข้าไปในใจนั้นหมายถึงอะไร
คุณพ่อจึงถามขึ้นด้วยเสียงนุ่มนวลว่า: “เด็กๆ ครับ… หลังจากที่เราสวด, เรารับศีล, และคุณพ่อบอกว่า ‘มิสซาจบแล้ว จงไปในสุขในพระเยซูเจ้าเถิด’ แล้วพวกเราเดินออกจากประตูวัดไป… พี่น้องข้างนอกวัดเขาควรจะมองเห็นใครในตัวเราครับ?”
คุณพ่อคาดหวังคำตอบซึ้งๆ เช่น “เห็นความรักของพระเจ้า” หรือ “เห็นพระเยซูเจ้าครับ”
ขณะนั้น “จอนนี่” ยกมือขึ้นสุดแขนทันทีด้วยความมั่นใจ คุณพ่อเห็นดังนั้นก็ยิ้มแก้มปริ ชี้ให้จอนนี่ตอบ
จอนนี่ลุกขึ้นยืน ยืดอก แล้วตอบเสียงดังฟังชัดว่า: “เห็นพระเยซูเจ้าครับคุณพ่อ! เพราะหนูรับพระองค์เข้าไปแล้ว พระองค์อยู่ในท้องหนู ดังนั้นพอหนูเดินออกไปข้างนอก ทุกคนก็ต้องเห็นพระเยซูในตัวหนูสิครับ!”
เพื่อนๆ ในห้องพากันหัวเราะคิกคัก คุณพ่อยิ้มขำในความใสซื่อของเด็ก แต่ก็ชอบใจในศาสนศาสตร์แบบเด็กๆ นี้มาก คุณพ่อเลยชมว่า “เก่งมากจอนนี่!”
ต่อมา…วันอาทิตย์นั้นเป็นวันรับศีลครั้งแรกของเด็กๆ พิธีกรรมผ่านไปอย่างสง่างาม จอนนี่เดินมารับศีลมหาสนิทด้วยความศรัทธาอย่างที่สุด หลังจากมิสซาจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทานเลี้ยงที่สนามหน้าวัด
ทันใดนั้นเอง คุณพ่อเจ้าวัดได้ยินเสียงเด็กทะเลาะกันเสียงดังหลังพุ่มไม้ พอคุณพ่อเดินไปดู ก็เห็นจอนนี่กำลังแย่งชิงของเล่นชิ้นหนึ่งกับเพื่อนร่วมชั้นอย่างดุเดือด ทั้งสองคนทุบตีและทุ่มเถียงกันด้วยคำหยาบคาย หน้าดำหน้าแดงไม่มีใครยอมใคร
คุณพ่อตกใจมาก รีบเดินเข้าไปแยกเด็กทั้งสองออกจากกัน คุณพ่อมองหน้าจอนนี่ด้วยสายตาดุแกมผิดหวัง แล้วพูดเตือนสติว่า: “จอนนี่! เกิดอะไรขึ้น? ลูกเพิ่งรับศีลมหาสนิทครั้งแรกไปเมื่อกี้เองนะ! ไหนวันก่อนลูกบอกคุณพ่อเองไงว่า พอเราเดินออกจากวัดไป ทุกคนต้องมองเห็นพระเยซูเจ้าในตัวเราไงล่ะ? แล้วทำไมตอนนี้ลูกถึงทำตัวแบบนี้ล่ะ?”
จอนนี่ในสภาพเนื้อตัวมอมแมม เงยหน้ามองคุณพ่อ ตาโตด้วยความตกใจ เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ มือหนึ่งยังกำของเล่นไว้แน่น แต่อีกมือหนึ่งรีบตะครุบไปที่ท้องของตัวเองทันที แล้วอุทานออกมาเสียงหลงว่า:
“อุ้ย! โอ คุณพ่อ! หนูลืมไปเลยครับ… พระเยซูเจ้ายังไม่ทันย่อยเลย หนูเผลอปล่อยให้ปีศาจมันแซงคิวออกมาซะแล้ว!”
“พี่น้องครับ เราอาจเห็นความไร้เดียงสาของจอนนี่… แต่ในความเป็นจริงของชีวิตคริสตชน คริสตชนผู้ใหญ่อย่างเราหลายคนก็เป็นเหมือนหนูจอนนี่หรือเปล่า?
ในวัดเราสวดอย่างศรัทธา เรารับพระกายของพระองค์เข้ามาสถิตในใจลึกซึ้ง แต่พอขับรถออกจากประตูวัดแล้วมีคนขับปาดหน้า…อารมณ์โกรธ แค้น ของขึ้นทันที ‘องค์พระเยซูเจ้าที่เราเพิ่งรับไป’ ดูเหมือนพระกายทิพย์จะถูกย่อยหายไปในทันที หรือยังไม่ได้ย่อยเลย ดังนั้นตัวตนเก่าของเราก็แซงคิวออกมาทำหน้าที่แทน
สมโภชพระคริสตวรกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสตเจ้าวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การต้อนรับพระองค์เข้ามาในท้องหรือในใจทางพิธีกรรมเท่านั้น แต่คือการยอมให้พระองค์ ‘ย่อย’ เข้าไปในกระแสเลือด ในความคิด ในคำพูด และการกระทำของเราจริงๆ เพื่อที่ว่าเมื่อเราเดินออกไปนอกประตูวัด… โลกจะได้เห็นพระเยซูเจ้าผ่านทางชีวิตของเราจริงๆ ไม่ใช่เห็นปีศาจตัวเดิมที่แซงคิวออกมา”
อาแมน – ขอให้ทุกคนมีความสุขในวันพระเจ้า
วิษณุ ธัญญอนันต์ เจ้าวัดเซนต์จอห์น ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
ช่องทางติดตามข้อคิดบทเทศน์ประจำวัน
ID Line : @vissanu201
https://lin.ee/6gZZDwO
รูปภาพ























