บทเทศน์ของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่สิบสี่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2025


            ในบทอ่านพระวรสารที่เพิ่งจะได้ฟังไปนี้ [บทอ่านสำหรับวันอาทิตย์ที่ 7 เทศกาลปัสกา: ยน 17:20-26] พวกเราได้เห็นพระเยซูเจ้าทรงอธิษฐานภาวนาเพื่อพวกเราภายในการเลี้ยงอาหารค่ำมื้อสุดท้าย (เทียบ ยน 17:20) ขณะที่[พระเยซูเจ้า] ผู้ทรงเป็นพระวจนาตถ์ของพระเจ้าที่ได้ทรงรับสภาพมนุษย์ ใกล้จะสิ้นสุดชีวิตของพระองค์ในโลกนี้ พระองค์ได้ทรงคิดถึงพวกเราผู้เป็นพี่น้องชายหญิงของพระองค์ จึงได้ทรงกระทำพระองค์เองให้กลายเป็นพระพร กลายเป็นคำอธิษฐานภาวนาเพื่อวิงวอนและสรรเสริญพระเจ้าพระบิดา ทั้งนี้ อาศัยพลานุภาพของพระจิตเจ้า ส่วนพวกเรานั้น เมื่อพวกเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในคำภาวนาของพระเยซูเจ้าด้วยความอัศจรรย์ใจและความจริงใจ ความรักของพระองค์ก็ย่อมทำให้พวกเราได้เข้าส่วนในแผนการอันยิ่งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับมนุษยชาติทั้งมวล

            พระคริสตเจ้าได้ทรงอธิษฐานภาวนาให้ “ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน” (ยน 17:21) นี่คือความดีสูงสุดที่เราทั้งหลายสามารถปรารถนาได้ เพราะหากทุกสิ่งทุกอย่างได้เป็นหนึ่งเดียวกันเช่นนี้ ก็ย่อมทำให้ความสนิทสัมพันธ์นิรันดรแห่งความรักบังเกิดขึ้นภายในท่ามกลางสิ่งสร้างทั้งหลาย ซึ่งความสนิทสัมพันธ์แห่งความรักนี้ก็คือพระเจ้า ผู้ทรงเป็นพระบิดาผู้ประทานชีวิต พระบุตรผู้ได้รับชีวิต และพระจิตเจ้าผู้ทรงแบ่งปันชีวิต

            ภายในเอกภาพเช่นนี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงปรารถนาให้พวกเรากลายเป็นฝูงชนที่ไม่มีชื่อและไม่มีหน้าตา หากแต่พระองค์ทรงปรารถนาให้พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกันดังนี้ คือ “เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงอยู่ในข้าพเจ้า และข้าพเจ้าอยู่ในพระองค์ เพื่อให้เขาทั้งหลายอยู่ในพระองค์และในข้าพเจ้า” (ยน 17:21) เอกภาพที่พระเยซูเจ้าทรงอธิษฐานภาวนาจึงเป็นความสนิทสัมพันธ์ที่มีพื้นฐานอยู่ในความรักของพระเจ้า ซึ่งนำพาชีวิตและความรอดมาสู่โลก ดังนั้น ความรักอันนี้จึงมีความหมายประการแรก คือ เป็นของประทานที่พระเยซูเจ้าเสด็จมาเพื่อประทานให้ พระเยซูเจ้าผู้ทรงเป็นพระบุตรพระเจ้า ได้อธิษฐานวิงวอนต่อพระเจ้าพระบิดาจากหัวใจแบบมนุษย์ของพระองค์ว่า “[เพื่อให้เขาเป็นหนึ่งเดียวกัน เช่นเดียวกับที่…]ข้าพเจ้าอยู่ในเขาและพระองค์ทรงอยู่ในข้าพเจ้า เพื่อเขาจะได้เป็นหนึ่งเดียวกันโดยสมบูรณ์ โลกจะได้รู้ว่าพระองค์ทรงส่งข้าพเจ้ามา และ[รู้ว่า]พระองค์ทรงรักเขาเช่นเดียวกับที่ทรงรักข้าพเจ้า” (ยน 17:23)

            ให้พวกเรารับฟังพระวาจาของพระองค์ด้วยความอัศจรรย์ใจ พระเยซูเจ้าตรัสกับพวกเราว่า พระเจ้าทรงรักเรา เหมือนกับที่ทรงรักพระองค์เอง พระเจ้าพระบิดาไม่ได้รักเราน้อยไปกว่าที่ทรงรักพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ กล่าวอีกอย่างคือ พระองค์ทรงรักเราด้วยความรักอย่างพ้นประมาณไร้ขีดจำกัด [ไม่มีผู้ใดที่สามารถรักพระเจ้าได้มากกว่าที่พระเจ้ารักเขา] เพราะพระองค์เป็นผู้ทรงมอบความรักก่อนตั้งแต่แรกเริ่ม [คือก่อนกาลเวลาด้วยซ้ำ] พระคริสตเจ้าทรงเป็นพยานถึงเรื่องนี้เมื่อพระองค์ตรัสว่า “พระองค์ทรงรักข้าพเจ้าตั้งแต่ก่อนสร้างโลก” (ยน 17:24) และในความเป็นจริงคือ พระเจ้าทรงปรารถนาเสมอที่จะชักจูงคนทั้งหลายมาหาพระองค์ เหตุว่าพระองค์ทรงพระเมตตา และสิ่งที่ทำให้เราทั้งหลายเป็นหนึ่งเดียวกัน และทำให้พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกับผู้อื่นได้นั้น ก็คือชีวิตของพระเจ้าที่พระองค์โปรดประทานให้แก่เราทั้งหลายภายในพระคริสตเจ้า

            การได้ฟังพระวรสารท่อนนี้ในวันนี้ ในกิจกรรมปีศักดิ์สิทธิ์สำหรับครอบครัว เด็ก ๆ ปู่ย่าตายาย และผู้สูงอายุ ย่อมทำให้พวกเราทั้งหลายเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดี

            มิตรที่รักทุกคน พวกเราได้รับชีวิตแล้วตั้งแต่ก่อนที่เราจะอยากได้ ดังที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้ตรัสไว้ว่า [มนุษย์ทุกคนล้วนมีพ่อมีแม่ แต่ไม่มีใครที่เกิดมาได้เพราะเลือกเอง] (พระดำรัสในการสวดบททูตสวรรค์แจ้งข่าว, 1 มกราคม 2568) ไม่เพียงเท่านั้น ทันทีที่เราเกิดมา เราก็จำเป็นต้องพึ่งพาผู้อื่นเพื่อที่จะมีชีวิต เพราะหากเราถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง เราก็ย่อมไม่อาจเอาชีวิตรอดได้ [เรามี]ผู้อื่นที่ช่วยให้เรารอดตายด้วยการดูแลเอาใจใส่ทั้งด้านร่างกายและจิตวิญญาณ การที่พวกเรามีชีวิตอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็ย่อมเป็นเพราะว่ามีความสัมพันธ์แห่งความเอื้ออาทรและดูแลเอาใจใส่กันแบบมนุษย์ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่มอบให้กันอย่างเสรี และนำมาซึ่งเสรีภาพ

            ในบางครั้ง ความเอื้ออาทรแบบมนุษย์อาจถูกหักหลัง เช่น เมื่อมีการอ้างเสรีภาพเพื่อพรากชีวิต ไม่ใช่เพื่อมอบชีวิต หรือเมื่อมีการอ้างเสรีภาพเพื่อทำร้ายผู้อื่น ไม่ใช่ช่วยเหลือผู้อื่น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เราจะต้องเผชิญกับความชั่วร้ายที่ต่อต้านและพรากชีวิตของผู้คน แต่พระเยซูเจ้าก็ยังทรงอธิษฐานภาวนาต่อพระบิดาเพื่อเราทั้งหลาย คำภาวนาของพระองค์เป็นยาบรรเทาความเจ็บปวดในบาดแผลของพวกเรา เป็นสิ่งที่บอกเราเรื่องการให้อภัยและความปรองดอง คำภาวนาของพระองค์ย่อมทำให้ความรักที่เรามีให้แก่กันในฐานะบิดามารดา ปู่ย่าตายาย และลูกหลานนั้นกลายเป็นประสบการณ์ที่มีความหมาย สิ่งที่พวกเราอยากจะนำไปประกาศแก่โลก คือ การที่พวกเรามาอยู่ที่นี่ตอนนี้ ก็เพื่อที่จะได้เป็น “หนึ่งเดียวกัน” ดังที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงปรารถนาให้เราทั้งหลายเป็น “หนึ่งเดียวกัน” ไม่ว่าจะในครอบครัว ในสถานที่ที่เราใช้ชีวิต ในที่ทำงาน และในสถานศึกษาเล่าเรียน ถึงแม้พวกเราจะแตกต่าง แต่พวกเราก็เป็นหนึ่งเดียวกัน ถึงแม้พวกเราจะมีจำนวนมากมาย แต่พวกเราก็เป็นหนึ่งเดียวกัน ในทุกเวลา ทุกสถานการณ์ และทุกช่วงเวลาของชีวิต

            มิตรที่รักทั้งหลาย หากเรารักกันและกันได้แบบนี้โดยมีรากฐานอยู่ในพระคริสตเจ้า ผู้ทรง “เป็นอัลฟาและโอเมกา” “เป็นเบื้องต้นและบั้นปลาย” (เทียบ วว 22:13) พวกเราก็จะได้เป็นเครื่องหมายแห่งสันติสุขสำหรับทุกคนทั้งในสังคมและในโลก ขอให้พวกเราอย่าลืมว่า ครอบครัวเป็นบ่อเกิดแห่งอนาคตของมนุษยชาติ

            ในช่วงหลายสิบปีมานี้ พวกเราได้เห็นเครื่องหมายอันหนึ่ง ที่นอกจากจะพวกเราเปี่ยมด้วยความปีติยินดีแล้ว ยังทำให้พวกเราฉุกคิดด้วย เครื่องหมายนี้คือการที่เราได้มีคนที่เป็นคู่สมรสได้รับสถาปนาเป็นบุญราศีและนักบุญแล้วจำนวนมาก โดยพวกท่านได้รับการสถาปนาด้วยกันทั้งสามีภรรยา ไม่ได้แยกเป็นรายคน พ่อนึกถึงนักบุญหลุยส์และนักบุญเซลี มาร์แต็ง ผู้เป็นบิดามารดาของนักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู พ่อนึกถึงบุญราศีลุยจีและบุญราศีมารีอา เบลตราเม กวาตร็อกกี ผู้เป็นสามีภรรยาในครอบครัวหนึ่งที่กรุงโรมซึ่งมีชีวิตเมื่อศตวรรษที่แล้ว และพ่อยังอยากให้พวกเรานึกถึงบรรดาบุญราศีจากครอบครัวอุลมาจากโปแลนด์ ซึ่งมีพ่อ แม่ และลูก ๆ [7 คน] ที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั้งในความรักและในการเป็นมรณสักขี พ่อได้กล่าวว่าสิ่งนี้เป็นเครื่องหมายที่ทำให้เราฉุกคิด เพราะการที่[พระศาสนจักร]นำเสนอพวกท่านว่าเป็นแบบอย่างของการเป็นพยานถึงชีวิต[ครอบครัว] ก็เท่ากับว่าพระศาสนจักรได้สอนพวกเราว่า พันธสัญญาแห่งการสมรส[ที่ทำให้เกิดครอบครัวขึ้นนั้น] เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับโลกทุกวันนี้ เพื่อที่โลกจะได้รู้จักและยอมรับความรักของพระเจ้า และเพื่อที่พลานุภาพแห่งความรักของพระเจ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่บันดาลความเป็นหนึ่งเดียวกันและความปรองดอง จะช่วยให้โลกเอาชนะพลังทั้งหลายที่ทำลายความสัมพันธ์ต่าง ๆ และทำลายสังคมด้วย

            สิ่งเหล่านี้ทำให้หัวใจของพ่อเต็มไปด้วยความขอบคุณและความหวัง และในการนี้ พ่อก็อยากเตือนใจคู่สมรสทั้งหลายว่า การสมรสไม่ใช่สิ่งที่เป็นอุดมคติเหนือจริง หากแต่เป็นมาตรวัดความรักที่แท้จริงระหว่างชายหญิง ซึ่งเป็นความรักทั้งครบ เป็นความรักซื่อสัตย์ และเป็นความรักที่บันดาลผลอันอุดม[คือการมีบุตร] (เทียบ สมเด็จพระสันตะปาปานักบุญเปาโลที่หก, สมณสาส์นเวียน Humanae vitae, ข้อ 9) ความรักเช่นนี้ย่อมทำให้พวกลูกเป็นร่างกายเดียวกัน และทำให้ลูกสามารถมอบของขวัญแห่งชีวิตให้แก่ผู้อื่นได้คล้ายกับที่พระเจ้าทรงกระทำ

            ดังนั้น พ่อจึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน[ที่เป็นพ่อแม่] ขอให้ลูกกระทำตนให้มีคุณธรรมเป็นแบบอย่างให้แก่บุตรของตน ลูกอยากให้เขาทำตัวแบบใด ก็ขอให้ลูกจงทำตัวเองแบบนั้น ขอให้ลูกจงอบรมสั่งสอนเขาให้รู้จักนบนอบเชื่อฟังในหนทางที่จะทำให้เขามีเสรีภาพ ขอให้ลูกจงมองเห็นความดีในตัวเขาเสมอ และจงหาทางบำรุงเลี้ยงความดีนั้นให้ทวีขึ้น สำหรับลูกทั้งหลายที่เป็นเด็ก ๆ พ่อขอให้ลูกแสดงความขอบคุณแก่พ่อแม่ ให้ลูกกล่าว “ขอบคุณ” พ่อแม่ในทุกวันสำหรับของขวัญแห่งชีวิตและสิ่งอื่น ๆ ที่มาพร้อมกับของขวัญนั้น นี่เป็นวิธีการอย่างเอกในการที่พวกลูกจะแสดงความนับถือบิดามารดา (เทียบ อพย 20:12) ท้ายสุด สำหรับลูกที่เป็นปู่ย่าตายายและผู้สูงอายุ พ่อขอแนะนำให้พวกลูกจงเฝ้าดูแลเป็นกำลัจให้แก่คนที่เป็นที่รักของลูก ด้วยปรีชาญาณ ด้วยความเห็นอกเห็นใจ ตลอดจนด้วยความสุภาพถ่อมตนและความอดทนที่คนเราพึงจะมีเมื่ออายุมากขึ้น

            ครอบครัวเป็นสถานที่แห่งการส่งต่อความเชื่อพร้อมกับชีวิตจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งด้วยการแบ่งปัน คล้ายกับการร่วมกันรับประทานอาหารบนโต๊ะพร้อมหน้าครอบครัว และคล้ายกับการแบ่งปันความรักในหัวใจ ในแง่นี้เอง ครอบครัวจึงเป็นสถานที่พิเศษแห่งการพบปะกับพระเยซูเจ้า ผู้ทรงรักเราและทรงปรารถนาสิ่งดีเพื่อเราอยู่เสมอ

            พ่อขอกล่าวเสริมเป็นเรื่องสุดท้ายว่า คำภาวนาของพระบุตรพระเจ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่มอบความหวังให้แก่พวกเราบนเส้นทาง ยังเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนพวกเราด้วยว่า สักวันหนึ่งพวกเราจะได้เป็นหนึ่งเดียวกันภายในพระคริสตเจ้าองค์เดียว (เทียบ นักบุญเอากุสติน, บทเทศน์ว่าด้วยเพลงสดุดีที่ 127) เป็นหนึ่งเดียวกันภายในพระผู้ไถ่องค์เดียว และได้รับการโอบกอดจากความรักนิรันดรของพระเจ้า ไม่เฉพาะแต่พวกเราเอง[ในโลกนี้]เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบิดามารดา ปู่ย่าตายาย พี่น้อง ลูกหลาน ที่ได้เดินนำหน้าเราเข้าสู่แสงสว่างแห่งปัสกานิรันดรของพระองค์แล้ว แต่พวกเราก็ยังรู้สึกได้ว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันกับเราภายในพิธีบูชาขอบพระคุณตอนนี้ด้วย


            ก่อนที่จะปิดพิธีบูชาขอบพระคุณในครั้งนี้ พ่อขอส่งคำทักทายจากใจแก่ลูกทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมปีศักดิ์สิทธิ์สำหรับครอบครัว เด็ก ๆ ปู่ย่าตาย และผู้สูงอายุ พวกลูกได้มารวมกันในที่นี้จากทุกส่วนของโลก โดยมีกลุ่มจากประเทศต่าง ๆ ถึง 131 ประเทศ

            พ่อมีความยินดีเป็นพิเศษที่ได้ต้อนรับเด็ก ๆ จำนวนมากมาย เพราะพวกเขาย่อมฟื้นฟูความหวังของเราทั้งหลายขึ้นใหม่ นอกจากนี้ พ่อขอทักทายบรรดาครอบครัวที่เป็นเหมือนพระศาสนจักรเล็ก ๆ ภายในบ้าน ที่ซึ่งมีการส่งต่อและรับมอบข่าวดีแห่งพระวรสาร สมเด็จพระสันตะปาปานักบุญยอห์น ปอลที่สองได้ตรัสไว้ว่า ครอบครัว “มีบ่อเกิดอยู่ภายในความรัก ซึ่งเป็นความรักอันเดียวกับที่พระเจ้าทรงโอบกอดโลกแห่งสิ่งสร้าง” (สาส์น Gratissimam Sane ถึงบรรดาครอบครัว, ข้อ 2) ขอให้ความเชื่อ ความหวัง และความรัก จงทวีขึ้นในครอบครัวของพวกเราเสมอ และพ่อขอส่งคำทักทายเป็นพิเศษแก่บรรดาปู่ย่าตายายและผู้สูงอายุ พวกลูกเป็นแบบอย่างแห่งความเชื่ออย่างแท้จริง และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นหลัง ขอขอบใจที่พวกลูกได้มากันในวันนี้

            พ่อขอทักทายผู้แสวงบุญทุกคนในที่นี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มจากเขตปกครองมอนโดวี ในภูมิภาคปีเอมอนเต[ของอิตาลี]

            ในวันนี้ ที่ประเทศอิตาลีและประเทศต่าง ๆ จำนวนมากทั่วโลก กำลังมีการสมโภชพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองสำคัญที่ทำให้พวกเรารอคอยและปรารถนาที่จะไปถึงเป้าหมายแห่งการเดินทางของพวกเราบนโลกนี้ ในโอกาสนี้ พ่อจึงอยากแบ่งปันกับพวกลูกว่า เมื่อวานนี้ที่เมืองบราเญวอของโปแลนด์ ได้มีการสถาปนาบุญราศีใหม่ ได้แก่ ภคินีคริสโตโฟรา คลอมฟัสส์ และบรรดาภคินีอีก 14 คนในคณะนักบุญกาตารีนาพรหมจารีและมรณสักขี ถึงแม้ในยุคของพวกท่าน พระศาสนจักรคาทอลิกจะตกอยู่ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเกลียดชังและความหวาดกลัว แต่ท่านเหล่านี้ก็ได้ยึดมั่นพยายามทำงานรับใช้คนเจ็บป่วยและเด็กกำพร้า จนในที่สุด พวกท่านก็ถูกสังหารเมื่อปี 1945 ระหว่างที่กองทัพโซเวียตรุกรานโปแลนด์ ในโอกาสนี้ ขอให้พวกเรามอบบรรดานักบวชหญิงทั่วโลกที่ได้อุทิศตนด้วยใจกว้างในการทำงานเพื่อพระอาณาจักรของพระเจ้าไว้กับการเสนอวิงวอนของบุญราศีใหม่ทุกท่านด้วย

            พ่อขอกล่าวด้วยว่าวันนี้เป็นวันการสื่อสารโลก พ่อขอขอบใจบรรดาผู้ประกอบอาชีพสื่อที่มีส่วนช่วยเหลือครอบครัวต่าง ๆ ในการทำหน้าที่ให้ความรู้แก่สมาชิกในครอบครัว ด้วยการมุ่งมั่นรักษาจริยธรรมและคุณภาพในเนื้อหาที่พวกเขานำมาถ่ายทอด

            ขอให้พระแม่มารีย์พรหมจารี โปรดอวยพรครอบครัวทั้งหลายในทุกหนแห่ง และโปรดเกื้อหนุนครอบครัวทั้งหลายที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก พ่อมีความคิดคำนึงเป็นพิเศษถึงครอบครัวที่กำลังทนทุกข์จากสงครามในตะวันออกกลาง ในยูเครน และในส่วนอื่น ๆ ของโลก ขอให้พระชนนีพระเจ้าโปรดช่วยให้เราทั้งหลายก้าวเดินไปข้างหน้าบนเส้นทางแห่งสันติสุขด้วยเทอญ