ข้อคิดในมิสซา วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม ค.ศ.2026

ในพระวรสารวันนี้ ประชาชนมารวมตัวกันมากขึ้น แต่แทนที่พระเยซูเจ้าจะทรงยินดี พระองค์กลับตรัสว่า “คนยุคนี้เป็นคนชั่วร้าย ชอบแสวงหาเครื่องหมาย” น่าแปลก เพราะก่อนหน้านี้พระเยซูเจ้าได้ทรงรักษาคนป่วย ขับไล่ปีศาจ สั่งสอนด้วยพระปรีชาญาณ และเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนมากมาย แล้วเหตุใดพวกเขาจึงยังเรียกร้องเครื่องหมายซ้ำแล้วซ้ำอีก? ปัญหาไม่ใช่ว่า “ไม่มีเครื่องหมาย” แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่ต้องการเชื่อเครื่องหมายที่พระเจ้าประทานแล้ว พวกเขาต้องการเครื่องหมายตามเงื่อนไขของตนเอง

“ถ้าพระองค์เป็นพระเจ้าจริง ก็ทำให้ฉันร่ำรวยก่อน”, “ถ้าพระองค์ทรงรักฉัน ก็อย่าให้ฉันเจ็บป่วย”, “ถ้าพระองค์ฟังคำภาวนา ก็แก้ปัญหานี้ภายในสามวัน”, “ถ้าพระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนในวัดต้องไม่ทำให้ฉันผิดหวัง”, นี่ไม่ใช่ความเชื่อ แต่เป็นการยื่นสัญญาให้พระเจ้าทรงลงพระนาม!

ในพระวรสารของนักบุญลูกา “เครื่องหมายของโยนาห์” เน้นมิใช่เพียงเรื่องที่โยนาห์อยู่ในท้องปลา แต่เน้นตัวโยนาห์และคำประกาศที่เรียกร้องให้ชาวนีนะเวห์กลับใจ  เมืองนีนะเวห์เป็นมหานครใหญ่และเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิอัสซีเรีย ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องอำนาจ ความมั่งคั่ง และความโหดร้าย น่าประหลาดใจว่า ชนต่างศาสนาที่ดูห่างไกลจากพระเจ้ากลับฟังประกาศกที่ไม่เต็มใจเทศน์อย่างโยนาห์ แล้วพวกเขาก็กลับใจ

ส่วนพระนางแห่งทิศใต้ยอมเดินทางไกลเพื่อมาฟังปรีชาญาณของกษัตริย์ซาโลมอน แต่ประชาชนในพระวรสารไม่ต้องเดินทางไปไหนเลย เพราะองค์ผู้ทรงยิ่งใหญ่กว่าโยนาห์และซาโลมอนกำลังประทับอยู่ต่อหน้าพวกเขา กระนั้นพวกเขากลับไม่ฟัง

นักบุญเปาโลใช้ภาพของหญิงสองคนคือฮาการ์และซาราห์เป็นการเปรียบเทียบ ฮาการ์เป็นหญิงทาส ส่วนซาราห์เป็นหญิงอิสระ เปาโลมิได้กำลังดูหมิ่นฮาการ์ผู้ได้รับความทุกข์ แต่กำลังใช้สถานภาพของหญิงทั้งสองในสังคมโบราณเป็นภาพฝ่ายจิต

แล้วเปาโลประกาศอย่างสง่างามว่า “พระเยซูเจ้าทรงปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระ ดังนั้นจงยืนหยัดมั่นคง และอย่ายอมอยู่ใต้แอกแห่งการเป็นทาสอีก” เสรีภาพคริสตชนจึงไม่ใช่ “ฉันอยากทำอะไรก็ทำได้ตามใจ” แต่คือ “ฉันไม่จำเป็นต้องตกเป็นทาสของสิ่งใดอีก เพราะฉันเป็นบุตรของพระเจ้า” ไม่เป็นทาสของความกลัว, ไม่เป็นทาสของสายตาคนอื่น, ไม่เป็นทาสของความโกรธแค้น, ไม่เป็นทาสของเงิน อำนาจ หรือยอดกดถูกใจ
และไม่เป็นทาสของความคิดว่า พระเจ้าต้องพิสูจน์พระองค์ตามเงื่อนไขของฉัน

พระศาสนจักรเองก็ต้องฟังพระวรสารวันนี้ เราไม่ควรวัดความสำเร็จของพระศาสนจักรเพียงจากจำนวนคน วัดอาคารใหญ่โต กิจกรรมมากมาย หรือชื่อเสียงในสื่อ เครื่องหมายแท้ของพระศาสนจักรมิใช่ว่า “มีคนมองเรามากเพียงใด” แต่คือ “เมื่อคนมองเราแล้ว เขาเห็นพระเยซูเจ้าหรือไม่”

หากพระศาสนจักรประกาศเรื่องเสรีภาพในพระเยซูเจ้า แต่ภายในยังเต็มไปด้วยการควบคุม การแข่งขัน การแบ่งพรรค และความกลัวที่จะพูดความจริง เราก็กำลังนำแอกอันเก่ากลับมาวางบนบ่าของประชากรพระเจ้า

บางทีวันนี้เราอาจกำลังขอเครื่องหมายจากพระเจ้าว่า “พระองค์เจ้าข้า โปรดแสดงให้ลูกเห็นว่าพระองค์ยังทรงรักลูก” แต่พระองค์อาจทรงตอบว่า “ไม้กางเขนยังไม่เพียงพออีกหรือ? ศีลมหาสนิทยังไม่เพียงพออีกหรือ? ชีวิตและลมหายใจที่เราให้เธอวันนี้ ยังไม่ใช่เครื่องหมายอีกหรือ?”

วันนี้พระเยซูเจ้าไม่ทรงขอให้เรารอเครื่องหมายใหม่ แต่ทรงขอให้เราตอบสนองต่อพระวาจาที่ได้ยินแล้ว จงกลับใจในสิ่งที่เรารู้ว่าต้องเปลี่ยน, จงให้อภัยคนที่เรารู้ว่าควรให้อภัยจงทำความดีที่เราเลื่อนมานาน และจงยืนหยัดในเสรีภาพของบุตรพระเจ้า เพราะความเชื่อแท้ไม่ใช่การพูดว่า “พระเจ้าข้า ขอเครื่องหมายอีกสักครั้ง แล้วลูกจะเชื่อ” แต่คือการพูดว่า “พระเจ้าข้า ลูกได้เห็นความรักของพระองค์บนไม้กางเขนแล้ว วันนี้ลูกจะไม่ขอให้พระองค์พิสูจน์พระองค์อีก แต่ลูกจะใช้ชีวิตของลูก พิสูจน์ว่าลูกเชื่อในพระองค์” อาแมน


ช่องทางติดตามข้อคิดบทเทศน์ประจำวัน
ID Line : @vissanu201
https://lin.ee/6gZZDwO


รูปภาพ