
พระแม่มารีย์แห่งเสาหลัก – Our Lady of the Pillar
ระลึกถึงวันที่ 12 ตุลาคม





เมื่ออาคารหลังหนึ่งสั่นสะเทือน สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่สีของผนัง ไม่ใช่ความสวยงามของหน้าต่าง แต่คือ “เสาหลัก” เพราะตราบใดที่เสายังมั่นคง อาคารก็ยังไม่พังลงมา
วันนี้พระศาสนจักรเชิญเราให้ระลึกถึง แม่พระแห่งเสาหลัก — Our Lady of the Pillar หรือภาษาสเปนว่า Nuestra Señora del Pilar ซึ่งได้รับความเคารพเป็นพิเศษ ณ เมืองซาราโกซา ประเทศสเปน
ประวัติตามธรรมประเพณีหรือตำนานเล่าขานกันมา
ตามธรรมประเพณีโบราณ หลังจากพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ นักบุญยากอบอัครสาวก หรือ Santiago ได้เดินทางไปประกาศพระวรสารในคาบสมุทรไอบีเรีย แต่พันธกิจของท่านประสบความยากลำบาก มีผู้ตอบรับน้อย และท่านเริ่มท้อแท้
คืนวันที่ 2 มกราคม ราวปี ค.ศ. 40 ขณะที่นักบุญยากอบกำลังภาวนาริมแม่น้ำเอโบร เมืองซาราโกซา ตามตำนานเล่าว่า พระแม่มารีย์—ซึ่งขณะนั้นยังทรงพระชนม์อยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม—ได้มาปรากฏองค์แก่ท่านนักบุญยอกอบพร้อมกับบรรดาทูตสวรรค์ โดยประทับยืนอยู่บนเสาหิน และทรงให้กำลังใจท่านว่า “อย่าท้อแท้ จงประกาศพระวรสารต่อไป เพราะพระเจ้าจะทรงทำงานผ่านความซื่อสัตย์ของท่าน” พระแม่มารีย์ทรงมอบเสาหินนั้นไว้เป็นเครื่องหมาย และขอให้สร้างสถานที่ภาวนาขึ้น ณ บริเวณนั้น เพราะเหตุนี้ สักการสถานพระแม่มารีย์แห่งเสาหลักจึงได้รับการยกย่องตามธรรมประเพณีว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ถวายแด่พระแม่มารีย์ที่เก่าแก่ที่สุดในคริสตศาสนา
อย่างไรก็ตาม เราควรแยกแยะอย่างซื่อสัตย์ว่า เรื่องการมาปรากฏในปี ค.ศ. 40 เป็น ธรรมประเพณีแห่งความเชื่อ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่มีหลักฐานร่วมสมัยยืนยันทางประวัติศาสตร์ เอกสารเก่าแก่ที่สุดที่บันทึกธรรมประเพณีนี้อย่างชัดเจนปรากฏในต้นฉบับปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 แต่การถวายเกียรติแด่พระแม่มารีย์ ณ สถานที่นี้มีรากฐานยาวนานหลายศตวรรษจริง
เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ
เสาหลักที่ประดิษฐานอยู่ในมหาวิหารปัจจุบันเป็นเสาหินแจสเปอร์สีชมพู สูงประมาณ 1.70 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 24 เซนติเมตร ส่วนรูปแม่พระกับพระกุมารที่ตั้งอยู่บนเสานั้นกลับมีขนาดเล็กเพียงประมาณ 39 เซนติเมตร
นี่เป็นภาพที่งดงามมาก—รูปแม่พระเล็ก แต่เสาหลักมั่นคง ราวกับพระแม่กำลังบอกเราว่า ความยิ่งใหญ่ในสายพระเนตรของพระเจ้าไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างใหญ่โต แต่อยู่ที่ความซื่อสัตย์และความมั่นคง


เดิมทีการฉลองเกี่ยวข้องกับวันที่ 2 มกราคม ตามวันที่ในธรรมประเพณี แต่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1613 เป็นต้นมา การฉลองใหญ่ได้จัดขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคม ปัจจุบันวันนี้เป็นทั้งวันฉลองสำคัญของเมืองซาราโกซา แคว้นอารากอน และโลกที่ใช้ภาษาและวัฒนธรรมสเปน มีธรรมเนียมถวายดอกไม้จำนวนมหาศาลแด่พระแม่มารีย์แห่งเสาหลัก
อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ผู้จาริกบำเพ็ญจร/แสวงบุญมักสนใจก็คือ ในช่วงสงครามกลางเมืองสเปน คืนวันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ. 1936 มีระเบิดสี่ลูกถูกทิ้งลงบริเวณมหาวิหาร ระเบิดสองลูกทะลุหลังคา อีกลูกตกที่ลาน และอีกลูกตกในแม่น้ำเอโบร แต่ไม่มีลูกใดระเบิดทำลายพื้นที่และทำลายพระแม่มารีย์แห่งเสาหลักได้เลย ทุกวันนี้ยังมีการจัดแสดงระเบิดสองลูกไว้ภายในมหาวิหาร หลายคนมองว่าเป็นเครื่องหมายแห่งการคุ้มครองของแม่พระ แม้รายละเอียดทางประวัติศาสตร์และเหตุผลทางเทคนิคจะยังมีการอภิปรายกันอยู่ก็ตาม
ความหมายของ “เสาหลัก”
นักบุญยอห์น ปอล ที่ 2 ตรัสว่า เสาหลักแห่งซาราโกซาเป็นสัญลักษณ์ของ ความมั่นคงในความเชื่อ และพระองค์เองได้เสด็จมาสักการะสถานที่นี้ถึงสองครั้ง คือในปี ค.ศ. 1982 และ 1984
แต่เราต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่า แม่พระมิใช่เสาหลักเพราะพระแม่ยืนแทนพระเยซูเจ้า เพราะองค์พระเยซูเจ้าทรงเป็นศิลาหลักหนึ่งเดียวของเรา พระแม่มารีย์เป็นเสาหลักเพราะพระแม่ทรงยืนมั่นอยู่กับพระเยซูเจ้าเสมอ
- เมื่อทูตสวรรค์นำข่าวที่พระแม่ยังไม่เข้าใจ พระแม่กล่าวว่า “ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า”
- เมื่อไม่มีที่พักในเบธเลเฮม พระแม่ยังเชื่อ
- เมื่อพระกุมารต้องหนีไปอียิปต์ พระแม่ยังเชื่อ
- เมื่อพระเยซูทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน และทุกสิ่งดูเหมือนพังทลาย พระแม่ยังคง “ยืนอยู่” ใต้ไม้กางเขน
แม่พระไม่ได้เป็นเสาหลักเพราะชีวิตของพระแม่ไม่มีพายุ แต่เพราะ ท่ามกลางพายุ พระแม่ไม่ทอดทิ้งพระเจ้า
ข้อคิดสำหรับชีวิตของเรา
บางครั้งเราขอให้พระเจ้าทรงปัดเป่าปัญหาออกไป แต่พระแม่มารีย์แห่งเสาหลักอาจสอนเราว่า พระเจ้าไม่ได้ทรงขจัดพายุออกไปทุกครั้ง บางครั้งพระองค์ทรงทำให้เราเป็นเสาที่มั่นคงพอจะยืนอยู่ท่ามกลางพายุนั้น
ครอบครัวจำนวนมากไม่ได้ต้องการคำพูดยิ่งใหญ่ แต่ต้องการใครสักคนที่ไม่หนีไปเมื่อเกิดปัญหา, พระศาสนจักรไม่ได้ต้องการเพียงคนที่ปรบมือเมื่อทุกอย่างราบรื่น แต่ต้องการคริสตชนที่ยังคงซื่อสัตย์ เมื่อมีเสียงวิจารณ์ ความแตกแยก หรือความผิดหวัง
ชุมชนวัดไม่ได้เข้มแข็งเพราะมีอาคารมั่นคงสวยงามเท่านั้น แต่เข้มแข็งเพราะมี “เสาหลักที่มีชีวิต”— ผู้สูงอายุที่ภาวนาอย่างสม่ำเสมอ บิดามารดาที่ถ่ายทอดความเชื่อ ครูคำสอนที่ไม่ย่อท้อ เยาวชนที่กล้ายืนหยัดในความดี และผู้ป่วยที่ถวายความทุกข์แด่พระเจ้า วันนี้จึงควรถามตนเองว่า “เมื่อผู้คนรอบข้างกำลังสั่นคลอน เราเป็นเสาหลักให้เขา หรือเราเป็นอีกแรงหนึ่งที่ทำให้เขาล้มลง?”
การเป็นเสาหลักไม่ได้หมายถึงต้องแข็งกระด้าง ไม่เคยร้องไห้ หรือไม่ต้องการความช่วยเหลือ เสาหลักฝ่ายจิตไม่ได้ตั้งอยู่ได้ด้วยกำลังของตนเอง แต่ตั้งอยู่บนพระเยซูเจ้า
ขอพระแม่มารีย์แห่งเสาหลักทรงสอนเราให้เชื่อเมื่อยังมองไม่เห็นคำตอบ ให้ยืนหยัดเมื่อพันธกิจดูเหมือนไม่ประสบผล และให้เป็นหลักแห่งความหวังแก่ครอบครัว ชุมชน และพระศาสนจักร
เพราะในวันที่ทุกสิ่งสั่นสะเทือน โลกไม่ได้ต้องการคนที่พูดเก่งที่สุดเสมอไป แต่ต้องการใครสักคนที่ยังยืนอยู่—ยืนอยู่กับพระเจ้า ยืนอยู่กับผู้กำลังทุกข์ และยืนอยู่ในความรักจนถึงที่สุด เราวิงวอนพระแม่มารีย์แห่งเสาหลัก โปรดวิงวอนเพื่อข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอให้ความเชื่อของเรามั่นคง ความหวังของเราไม่สั่นคลอน และความรักของเราไม่ทอดทิ้งผู้ใด อาแมน
เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับพระแม่มารีย์แห่งเสาหลักอีกเรื่องหนึ่ง
ณ อาสนวิหารแม่พระแห่งชาร์ตร ประเทศฝรั่งเศส มีรูปที่เรียกว่า Notre-Dame du Pilier — แม่พระแห่งเสาหลัก เช่นกัน แต่มีจุดสำคัญที่ควรเข้าใจว่า แม่พระแห่งเสาหลักที่เมืองชาร์ตร ไม่ได้มีต้นกำเนิดโดยตรงจากเหตุการณ์แม่พระมาปรากฏแก่นักบุญยากอบที่ซาราโกซา ชื่อเหมือนกัน แต่ประวัติและที่มาต่างกัน
ที่มาของรูปแม่พระแห่งเสาหลักที่เมืองชาร์ตร
ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 บรรดาผู้จาริกแสวงบุญหลั่งไหลมายังอาสนวิหารชาร์ตร เพื่อสักการะพระธาตุสำคัญที่เรียกว่า “ผ้าคลุมพระแม่มารีย์” — Sancta Camisia ซึ่งตามตำนานเชื่อว่าเป็นผ้าที่พระแม่มารีย์ทรงใช้ในเหตุการณ์บังเกิดของพระเยซูเจ้า
เนื่องจากพระธาตุถูกเก็บไว้ในหีบและผู้จาริกแสวงบุญไม่สามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา ดังนั้น ทางอาสนวิหารจึงต้องการรูปพระแม่มารีย์ที่ผู้คนสามารถมองเห็น เข้าใกล้ และใช้เป็นจุดรวมใจในการภาวนา
ประมาณปี ค.ศ. 1220 จึงมีรูปพระแม่มารีย์ประทับนั่งอุ้มพระกุมาร ตั้งอยู่บริเวณพระแท่นใหญ่ รูปนั้นทำด้วยไม้และหุ้มด้วยแผ่นเงิน แต่ต่อมาสูญหายไป
ราวปี ค.ศ. 1508 พระสงฆ์คณะอาสนวิหารชื่อ วาสตัง เดส์ เฟอเฌอเรต์ — Wastin des Feugerets ได้ถวายรูปแม่พระกับพระกุมารองค์ใหม่ แกะสลักจากไม้และลงสี โดยศิลปินตั้งใจเลียนแบบรูปแม่พระองค์เดิมในคริสต์ศตวรรษที่ 13 รูปนี้เองคือรูปที่ปัจจุบันเรียกว่า Notre-Dame du Pilier
เหตุใดจึงเรียกว่า “พระแม่มารีย์แห่งเสาหลัก”
เดิมทีรูปนี้ไม่ได้มีชื่อว่า “พระแม่มารีย์แห่งเสาหลัก” แต่ตั้งไว้บนเสาหินใกล้ฉากกั้นบริเวณที่ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์หรือทางสถาปัตยกรรมเรียกว่า jubé ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1791 รูปแม่พระดังกล่าวถูกนำไปซ่อนไว้ในห้องใต้ดินของอาสนวิหาร แต่เนื่องจากเป็นรูปไม้ธรรมดาที่ไม่มีโลหะมีค่า จึงไม่ได้ถูกขโมยหรือทำลาย และรอดพ้นจากช่วงการเบียดเบียนมาได้
หลังจากเปิดอาสนวิหารให้ประกอบศาสนพิธีอีกครั้ง รูปถูกนำกลับขึ้นมา และในปี ค.ศ. 1806 คุณพ่อ Maillard ซึ่งเพิ่งกลับจากการลี้ภัย ได้นำรูปไปประดิษฐานบนเสาต้นหนึ่งซึ่งอาจเป็นเสาที่เหลือมาจากฉากกั้นโบราณ นับแต่นั้นผู้คนจึงเริ่มเรียกรูปนี้ว่า Notre-Dame du Pilier — แม่พระผู้ประทับบนเสาหลัก
นักประวัติศาสตร์พบการเรียกชื่อนี้เป็นหลักฐานครั้งแรกประมาณปี ค.ศ. 1825 ดังนั้นคำว่า “เสาหลัก” ของชาร์ตรจึงมาจาก ตำแหน่งที่ตั้งของรูป ไม่ได้มาจากเสาหินที่แม่พระทรงมอบแก่นักบุญยากอบเหมือนที่ซาราโกซา
ลักษณะที่น่าสนใจของรูปพระแม่มารีย์แห่งเสาหลัก
รูปแกะสลักนี้สูงประมาณ 107 เซนติเมตร พระแม่มารีย์ประทับนั่งบนบัลลังก์ อุ้มพระกุมารไว้บนพระชานุซ้าย
- พระกุมารทรงยกพระหัตถ์ขวาอวยพร และทรงถือลูกโลก แสดงว่าพระคริสตเจ้าทรงเป็นกษัตริย์แห่งจักรวาล
- แม่พระทรงถือ ผลแพร์ ไว้ในพระหัตถ์ขวา ผลไม้เป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความอ่อนหวาน และผลแห่งความรอด
- ที่ขอบพระภูษามีข้อความภาษาละตินจากหนังสือเพลงซาโลมอนว่า
“Tota pulchra es, amica mea, et macula non est in te”
แปลว่า “เธองดงามพร้อมสรรพ ที่รักของฉัน ไม่มีมลทินใดในตัวเธอ”
รูปพระแม่มารีย์ได้รับการสวมมงกุฎอย่างสง่าในนามของสมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ 9 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1855 กลายเป็นเหตุการณ์สำคัญในการฟื้นฟูการจาริกแสวงบุญมายังชาร์ตรภายหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส
คำถามว่า นี่เป็น “แม่พระดำ” ใช่หรือไม่?
รูปนี้มักถูกเรียกว่า Vierge Noire — แม่พระดำ แต่มีประวัติที่ค่อนข้างซับซ้อน
เดิมที่ชาร์ตรมีรูปแม่พระอีกองค์หนึ่งชื่อ Notre-Dame de Sous-Terre — แม่พระใต้พื้นพิภพ ประดิษฐานอยู่ในห้องใต้ดิน รูปนั้นถูกทำลายในปี ค.ศ. 1793 ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่อรูปแม่พระแห่งเสาหลักกลายเป็นรูปสำคัญที่เหลือรอด ผู้จาริกแสวงบุญจึงค่อย ๆ ถ่ายทอดความศรัทธาที่เคยมีต่อ “แม่พระใต้พื้นพิภพ” มาสู่รูปนี้ด้วย นอกจากนี้สีที่ทาใบหน้าเดิมหลุดลอกจนเห็นเนื้อไม้สีเข้ม ต่อมาการบูรณะบางยุคยังทาสีให้เข้มขึ้นตามความศรัทธาที่มองว่าพระแม่เป็น “แม่พระดำ” จึงเกิดความสับสนระหว่างรูปทั้งสองขึ้น
ความสัมพันธ์กับแม่พระแห่งเสาหลักที่ซาราโกซา
| ซาราโกซา ประเทศสเปน | ชาร์ตร ประเทศฝรั่งเศส |
| เกี่ยวกับธรรมประเพณีแม่พระมาปรากฏแก่นักบุญยากอบ | ไม่มีเรื่องการประจักษ์ |
| เสาหลักเป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์ตามธรรมประเพณี | เรียกตามเสาที่ใช้ประดิษฐานรูป |
| ธรรมประเพณีย้อนไปถึงราว ค.ศ. 40 | รูปปัจจุบันสร้างราว ค.ศ. 1508 |
| ฉลองใหญ่วันที่ 12 ตุลาคม | ได้รับการสวมมงกุฎวันที่ 31 พฤษภาคม 1855 |
อย่างไรก็ดี รูปทั้งสองมีความหมายฝ่ายจิตเหมือนกันอย่างน่าประทับใจ คือ พระแม่มารีย์ทรงนำเราไปหาพระเยซูเจ้า และทรงช่วยให้ความเชื่อของเราตั้งมั่น
ยิ่งกว่านั้น รูปที่ชาร์ตรยังเป็น “ผู้รอดชีวิต” จากการปฏิวัติและการทำลายศาสนวัตถุอีกด้วย ดูเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญที่รูปไม้ซึ่งถูกมองว่าไม่มีราคา กลับเป็นรูปที่รอดมาได้ ขณะที่วัตถุมีค่าหลายชิ้นสูญหายไป
นี่เป็นข้อคิดที่งดงามว่า สิ่งที่โลกเห็นว่าไม่มีราคา อาจเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงรักษาไว้ เพื่อเป็นเสาหลักแห่งความหวังแก่คนรุ่นต่อมา
“น่าแปลกที่ทั้งซาราโกซาและชาร์ตรต่างมีแม่พระแห่งเสาหลัก แต่ว่าที่มาของประวัติแตกต่างกัน ที่ซาราโกซา เสาหลักเป็นเครื่องหมายแห่งกำลังใจที่แม่พระมอบแก่นักบุญยากอบ ส่วนที่ชาร์ตร รูปแม่พระไม้ธรรมดาซึ่งรอดพ้นจากการปฏิวัติ ถูกนำกลับมาตั้งบนเสา และกลายเป็นเสาหลักแห่งความหวังของผู้แสวงบุญ บางครั้งพระเจ้าไม่ได้เลือกสิ่งที่แพงที่สุด แต่ทรงเลือกสิ่งที่ซื่อสัตย์และยืนหยัดที่สุด”
ขอนำภาพมาฝาก
1. พระแม่มารีย์แห่งเสาหลัก เมืองซาราโกซา ประเทศสเปน
รูปแม่พระกับพระกุมารมีขนาดเล็ก ประทับยืนอยู่เหนือเสาหินแจสเปอร์สูงประมาณ 1.70 เมตร โดยปกติเสาจะคลุมด้วยผ้าคลุมหรือเครื่องประดับตามสีพิธีกรรม


2. พระแม่มารีย์แห่งเสาหลัก อาสนวิหารชาร์ตร ประเทศฝรั่งเศส
เป็นรูปไม้ลงสีจากต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 แม่พระประทับนั่งบนบัลลังก์ อุ้มพระกุมารไว้บนพระชานุซ้าย รูปตั้งอยู่สูงบนเสาภายในบริเวณทางเดินรอบสังฆมณฑล และมักประดับด้วยพระภูษาและมงกุฎ




จุดสังเกตง่ายที่สุดคือ องค์ซาราโกซาทรงยืนบนเสาและมีขนาดเล็ก ส่วน องค์ชาร์ตรประทับนั่งบนบัลลังก์และเป็นรูปไม้ขนาดใหญ่กว่า
วิษณุ ธัญญอนันต์ เจ้าอาวาสวัดเซนต์จอห์น ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
ช่องทางติดตามข้อคิดบทเทศน์ประจำวัน
ID Line : @vissanu201
https://lin.ee/6gZZDwO
รูปภาพ















