บทเทศน์และข้อคิด วันพุธที่ 24 มิถุนายน 2026
สมโภชวันเกิดของนักบุญยอห์น แบปตีส
(Solemnity the Feast of Nativity of Saint John Batist)

โอกาสสมโภชวันเกิดของ นักบุญยอห์น แบปตีส เป็นหนึ่งในไม่กี่วันสมโภชที่พระศาสนจักรเฉลิมฉลอง “วันเกิด” แทนที่จะเป็นวันมรณภาพ (วันตายสู่นิรันดร) เพราะชีวิตของท่านถูกแยกไว้ตั้งแต่ในครรภ์มารดาเพื่อภารกิจที่ยิ่งใหญ่ และบทอ่านในวันนี้ชวนเราไตร่ตรองถึงความลึกซึ้งที่ทรงพลังอย่างยิ่ง
เสียงในถิ่นทุรกันดาร: จากยอห์น แบปตีส ถึงอัตลักษณ์ของคริสตชนในโลกปัจจุบัน
ในบทอ่านวันนี้จากประกาศกอิสยาห์และพระวรสาร เราได้ยินประโยคที่สะกิดใจเสมอ: “พระยาห์เวห์ทรงเรียกข้าพเจ้าตั้งแต่ข้าพเจ้ายังอยู่ในครรภ์มารดา” และเมื่อยอห์นบังเกิด ผู้คนต่างอัศจรรย์ใจและถามกันว่า “เด็กคนนี้จะเป็นอะไรกันนะ?” เพราะพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่กับเขา
หากเรามองยอห์น แบปตีส ผ่านเลนส์ของโลกปัจจุบัน เราจะพบว่าชีวิตของท่านคือ “ยาแรง” ที่รักษาโรคจิตวิญญาณของยุคสมัยนี้ได้อย่างตรงจุด ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันและสภาพของพระศาสนจักรในวันนี้ เรามีข้อคิด 3 ประการทรงพลังที่ต้องเรียนรู้จากนักบุญยอห์น แบปตีส:
1. “เสียง” ในโลกที่อื้ออึงด้วยข่าวสาร (The Voice vs. The Noise)
ยอห์น แบปตีส นิยามตัวเองสั้นๆ ว่า “เราเป็นเสียงของผู้ที่ร้องตะโกนในถิ่นทุรกันดาร” ท่านไม่ได้บอกว่าท่านเป็น “คำพูด” (The Word) เพราะพระคริสต์ต่างหากทรงเป็นพระวจนาตถ์ (The Word) ยอห์นเป็นเพียงเครื่องกระจายเสียง
- ข้อคิดกับโลกปัจจุบัน: โลกของเราทุกวันนี้เต็มไปด้วย “เสียงสะท้อน” (Echo Chambers) บนโซเชียลมีเดีย ทุกคนแย่งกันพูด แย่งกันเด่น เผยแพร่ทั้งความจริง ความลวง และความเกลียดชัง แต่ยอห์นเลือกที่จะไปอยู่ในถิ่นทุรกันดาร—ที่ที่เงียบพอจะพิจารณาใจตนเองและฟังเสียงของพระเจ้า
- คำท้าทายสำหรับเรา: ในฐานะคริสตชน วันนี้เราเป็น “เสียง” ที่นำความจริง ความหวัง และการคืนดีมาสู่สังคม หรือว่าเราเป็นเพียงแค่ “เสียงรบกวน” (Noise) ที่เพิ่มความขัดแย้งให้กับโลก?
2. วิกฤตศรัทธาและการเป็น “ผู้บุกเบิก” ของพระศาสนจักรในปัจจุบัน
ปัจจุบันพระศาสนจักรทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ ทั้งจำนวนกระแสเรียกที่ลดลง วิกฤตความศรัทธาในยุควัตถุนิยม และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่รวดเร็ว จนบางครั้งเราขังตัวเองอยู่แต่ในวัด ในอารามและกลัวที่จะก้าวออกไป
- บทเรียนจากยอห์น: ยอห์น แบปตีส ไม่ได้เทศน์ในศาลาธรรมที่สะดวกสบาย แต่ท่านออกไปที่แม่น้ำจอร์แดน ท่านทุบกรอบโครงสร้างเดิมๆ เพื่อเรียกผู้คนให้ “กลับใจ” (Metanoia – การเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ทั้งหมด)
- ถึงพระศาสนจักรวันนี้: สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเน้นย้ำเสมอถึง “พระศาสนจักรที่ก้าวออกไป” (A Church that goes forth) เราจำเป็นต้องมีจิตวิญญาณแบบยอห์น แบปตีส คือมีความกล้าหาญทางอารยธรรม (Prophetic Courage) ที่จะพูดความจริงอย่างสุภาพถ่อมตน แต่หนักแน่น ไม่ประนีประนอมกับความอธรรมในสังคม และพร้อมที่จะเป็นสะพานเชื่อมผู้คนกลับมาหาพระเจ้า ไม่ใช่เป็นป้อมปราการที่ปิดตาย
3. “พระองค์ต้องยิ่งใหญ่ขึ้น ส่วนข้าพเจ้าต้องลดลง”
นี่คือจุดยอดสูงสุดของความศักดิ์สิทธิ์ของยอห์น เมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จมา ยอห์นไม่ได้หวงศิษย์ (ยอห์น อัครสาวก, อันดรูว์) ไม่ได้หวงชื่อเสียง ไม่ได้สร้าง “อาณาจักร” ของตัวเอง แต่ท่านชี้ไปที่พระเยซูเจ้าและบอกว่า “จงดู นี่คือลูกแกะของพระเจ้า” และประกาศว่า “พระองค์ต้องยิ่งใหญ่ขึ้น ส่วนข้าพเจ้าต้องลดลง” (ยอห์น 3:30)
- กระจกส่องใจเรา: ในยุคที่ผู้คนเสพติดยอดไลค์ ต้องการการยอมรับ และสร้างภาพลักษณ์ (Personal Branding) ให้ตนเองดูสมบูรณ์แบบ หัวใจแบบยอห์น แบปตีส คือสิ่งที่ขาดหายไปมากที่สุด ในงานอภิบาลของพระศาสนจักร หรือแม้แต่ในชีวิตครอบครัวและการทำงานของเรา บางครั้งเราเผลอยึดเอา “ตัวตน” (Ego) ของเราเป็นศูนย์กลาง เราอยากให้คนชมเรา ชื่นชอบเรา มากกว่าจะให้พวกเขาเห็นพระเยซูคริสต์ผ่านตัวเรา
บทสรุปและข้อคิดวันนี้
คำถามที่ว่า “เด็กคนนี้จะเป็นอะไรกันนะ?” ในวันเกิดของยอห์น แบปตีส บัดนี้พระเจ้ากำลังถามแบบเดียวกันนั้นกับชีวิตของเราแต่ละคนในวันนี้ ในวันที่เราได้รับศีลล้างบาป พระเจ้าทรงถักทอเราแต่ละคนในครรภ์มารดาเพื่อเป้าหมายเฉพาะอย่าง
ขอให้เราวอนขอพระพรผ่านทางนักบุญยอห์น แบปตีส ให้เรามีความกล้าหาญที่จะพูดความจริงในโลกที่มืดมน มีความสุภาพพอที่จะลดตัวตนลงเพื่อให้พระเยซูคริสต์ฉายแสงผ่านชีวิตของเรา และร่วมมือกันทำให้พระศาสนจักรเป็น “เสียง” แห่งความเมตตาที่ก้องกังวานในถิ่นทุรกันดารของโลกยุคปัจจุบันนี้เถิด … อาเมน
รำพึงเพิ่มเติมเกี่ยวกับชีวิตของยอห์น แบปตีส
เรื่องราวของนักบุญยอห์น แบปตีส ที่เราคุ้นเคย มักจะเป็นภาพของประกาศกผู้ดุดัน นุ่งห่มหนังอูฐ กินตั๊กแตน และเทศน์อย่างตรงไปตรงมา แต่ถ้าเราเจาะลึกไปในประวัติศาสตร์ พระคัมภีร์ และบริบทวัฒนธรรม ยอห์น แบปตีส มี “เกร็ด” ที่น่าสนใจ ซาบซึ้ง และทำให้เรามองท่านในมุมที่อบอุ่นเช่นกัน ขออนุญาตแบ่งปัน…
1. ผูกพันกันตั้งแต่ในครรภ์: “สัญญาณชีพ” แรกของพระผู้ไถ่
เรารู้จากพระคัมภีร์ว่า พระนางมารีย์เดินทางไปเยี่ยมเอลิซาเบธ (แม่ของยอห์น) ตอนที่ทั้งคู่กำลังตั้งครรภ์ ในวินาทีที่พระนางมารีย์ทักทาย ทารกยอห์นในครรภ์ก็ “ดิ้น” ด้วยความยินดี
- ความลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่: ในทางเทววิทยา ยอห์น แบปตีส คือ มนุษย์คนแรกบนโลกที่รับรู้ถึงการเสด็จมาของพระเยซูเจ้า ตั้งแต่ทั้งคู่อยู่ในท้องแม่ ทารกยอห์นทำหน้าที่เป็น “ผู้ประกาศ” ทันทีโดยไม่ต้องมีคำพูด เป็นการทักทายกันในระดับจิตวิญญาณของลูกพี่ลูกน้องคู่ที่จะมาเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล
2. เหตุผลที่แท้จริงของการกิน “ตั๊กแตนและน้ำผึ้งป่า” (ไม่ใช่แค่เพราะจน)
ภาพของยอห์นคือคนป่าที่ประทังชีวิตด้วยตั๊กแตนกับน้ำผึ้งป่า หลายคนคิดว่าท่านแค่ใช้ชีวิตสมถะสุดขั้ว แต่ในบริบทวัฒนธรรมยิวโบราณ มีความหมายที่ลึกกว่านั้นมาก
- ยอห์น แบปตีส เกิดในตระกูลสมณะ (พ่อของท่านคือเซคาริยาห์) ตามกฎแล้วท่านมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะใช้ชีวิตสุขสบายในวิหารและกินอาหารศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนนำมาถวาย
- แต่การที่ยอห์นเดินเข้าป่าแล้วเลือกกิน “ตั๊กแตน” (ซึ่งตามกฎเลวีนิติ ถือเป็นแมลงชนิดเดียวที่สะอาดและกินได้) และ “น้ำผึ้งป่า” (อาหารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ผ่านน้ำมือมนุษย์) เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า ท่านปฏิเสธที่จะรับผลประโยชน์หรือความสะดวกสบายจากระบบศาสนาที่กำลังคอร์รัปชันในยุคนั้น ท่านเลือกรับอาหารโดยตรงจากพระหัตถ์ของพระเจ้าในป่าเท่านั้น เป็นการประท้วงเงียบที่ทรงพลังมาก
3. เพื่อนเจ้าบ่าวผู้ยินดีจากหัวใจ
มีคำกล่าวของยอห์น แบปตีส อันหนึ่งที่ฟังแล้วอบอุ่นใจมาก แต่คนมักจะมองข้ามไป ท่านเคยเปรียบเทียบพระเยซูเจ้าเป็น “เจ้าบ่าว” และเปรียบตัวท่านเองเป็น “เพื่อนเจ้าบ่าว” (The Best Man)
“ผู้ที่ครอบครองเจ้าสาวคือเจ้าบ่าว ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวที่ยืนฟังอยู่ก็มีความยินดีอย่างยิ่งเมื่อได้ยินเสียงของเจ้าบ่าว ความยินดีของเราจึงบริบูรณ์เช่นนั้น” — (ยอห์น 3:29)
- ในวัฒนธรรมยิว เพื่อนเจ้าบ่าวมีหน้าที่จัดเตรียมงานทุกอย่าง ดูแลความเรียบร้อย และเมื่อเจ้าบ่าวมาถึงและเข้าสู่หอวิวาห์ หน้าที่ของเพื่อนเจ้าบ่าวคือ “เดินเลี่ยงออกมา” เพื่อปล่อยให้เป็นเวลาของคู่บ่าวสาว ยอห์นไม่เคยรู้สึกอิจฉาพระเยซูเจ้าที่เด่นกว่า แต่ท่านกลับมีความสุขที่สุดในฐานะ “เพื่อนสนิท” ที่ได้เห็นความสำเร็จของเพื่อน ความรักและความซื่อสัตย์แบบนี้หาได้ยากมากในโลกมนุษย์
4. วันเกิดของยอห์น กับ “ดวงอาทิตย์” ที่ซ่อนสัจธรรม
พระศาสนจักรกำหนดวันสมโภชวันเกิดของนักบุญยอห์น แบปตีส ไว้ในวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งทางดาราศาตร์ตะวันตกถือเป็นช่วง “Summer Solstice” หรือช่วงที่กลางวันยาวที่สุดในรอบปี และหลังจากวันนี้นับไป กลางวันจะค่อยๆ สั้นลงเรื่อยๆ
- ความเชื่อมโยงที่งดงาม: ในทางกลับกัน วันคริสต์มาส (วันประสูติของพระเยซูเจ้า) อยู่ในวันที่ 25 ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วง “Winter Solstice” ที่กลางคืนยาวที่สุด และหลังจากนั้นกลางวันจะค่อยๆ ยาวขึ้น (แสงสว่างเพิ่มขึ้น)
- การวางวันฉลองแบบนี้สอดคล้องกับประโยคคลาสสิกของยอห์นที่ว่า “พระองค์ต้องทรงยิ่งใหญ่ขึ้น (แสงสว่างเพิ่มขึ้นหลังคริสต์มาส) ส่วนข้าพเจ้าต้องลดลง (แสงสว่างลดลงหลังวันเกิดยอห์น)” เป็นการใช้ปรากฏการณ์ธรรมชาติมาสอนสัจธรรมชีวิตได้อย่างลึกซึ้งที่สุด
อาแมน
วิษณุ ธัญญอนันต์ เจ้าวัดเซ็นต์จอห์น ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
ช่องทางติดตามข้อคิดบทเทศน์ประจำวัน
ID Line : @vissanu201
https://lin.ee/6gZZDwO
รูปภาพ



















