บทเทศน์ของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่สิบสี่ วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2025


            พระคัมภีร์ท่อนที่พวกเราได้ฟังไป (เทียบ รม 1:1-15) เป็นข้อความตอนแรกในจดหมายอันงดงามที่นักบุญเปาโลเขียนถึงบรรดาคริสตชนที่กรุงโรม เนื้อหาของจดหมายนี้มีหัวข้อที่เป็นศูนย์กลางอยู่สามประการ ได้แก่ พระหรรษทาน ความเชื่อ และการบันดาลความชอบธรรม ในการที่พวกเราได้มามอบถวายสมณสมัยที่เพิ่งเริ่มขึ้นนี้ไว้กับการเสนอวิงวอนของนักบุญเปาโล อัครสาวกผู้แพร่ธรรมให้แก่ชาวต่างชาติ ก็ขอให้พวกเราถือโอกาสรำพึงไตร่ตรองเกี่ยวกับข้อความนี้ด้วยกัน

            นักบุญเปาโลได้เริ่มด้วยการกล่าวว่า ตัวท่านเองได้รับพระหรรษทานแห่งกระแสเรียกมาจากพระเจ้า (เทียบ รม 1:5) กล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า การที่ท่านได้พบปะกับพระคริสตเจ้าก็ดี การที่ท่านทำงานรับใช้ก็ดี ต่างก็เป็นผลจากการที่พระเจ้าทรงรักท่านก่อน ความรักของพระเจ้าได้เรียกท่านไปสู่ชีวิตใหม่ ถึงแม้ว่าท่านจะเคยอยู่ห่างไกลจากพระวรสาร และเป็นผู้เบียดเบียนพระศาสนจักร นักบุญเอากุสตินซึ่งเป็นผู้ที่ได้กลับใจเป็นคริสตชนเช่นกัน ได้กล่าวถึงประสบการณ์ทำนองเดียวกันนี้ว่า “เราทั้งหลายจะเลือกได้อย่างไร หากว่าเราทั้งหลายไม่ได้รับเลือกไว้ก่อน เราทั้งหลายย่อมจะมีความรักไม่ได้เลย นอกจากจะมีใครบางคนรักเราก่อน” (บทเทศน์ 34,2) ในรากฐานของกระแสเรียกทุกอย่างล้วนแต่มีการประทับอยู่ของพระเจ้า ผู้ทรงเมตตากรุณาและทรงมีพระทัยดี มีพระทัยกว้างเหมือนอย่างมารดา (เทียบ อสย 66:11-13) ที่เลี้ยงดูบุตรด้วยร่างกายของตนไปจนกว่าบุตรนั้นจะเลี้ยงดูตนเองได้ (เทียบ นักบุญเอากุสตินแห่งฮิปโป, คำบรรยายเพลงสดุดี, 130, 9)

            ในข้อความเดียวกันนี้ นักบุญเปาโลยังได้กล่าวถึง “ความนบนอบเชื่อฟังแห่งความเชื่อ” (เทียบ รม 1:5) และท่านก็ได้กล่าวแบ่งปันประสบการณ์ของตนในที่นี้เช่นกัน เมื่อ[พระเยซูเจ้า]ทรงปรากฏพระองค์แก่นักบุญเปาโลระหว่างทางไปเมืองดามัสกัส (เทียบ กจ 9:1-30) พระองค์ไม่ได้พรากเอาเสรีภาพของนักบุญเปาโลไป หากแต่ทรงมอบโอกาสให้ท่านตัดสินใจ ให้ท่านมีโอกาสเลือกเอา[หนทางแห่ง]ความนบนอบเชื่อฟังที่จะทำให้ท่านต้องเสียสละสิ่งต่าง ๆ มากมาย และทำให้ท่านต้องต่อสู้กับศัตรูทั้งภายในและภายนอก ซึ่งนักบุญเปาโลจะได้พิสูจน์ในเวลาต่อมาว่า ท่านยินดีเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้ ความรอดไม่ได้สำเร็จไปด้วยเวทมนตร์คาถา หากแต่อาศัยการทำงานร่วมกันอย่างล้ำลึกระหว่างพระหรรษทานกับความเชื่อ ระหว่างความรักของพระเจ้าผู้ทรงรักเราก่อน กับการยอมรับของพวกเราด้วยความเชื่อมั่นและอย่างสมัครใจ (เทียบ 2ทธ 1:12)

            เมื่อพวกเราขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ได้ทรงเรียกนักบุญเปาโลและเปลี่ยนแปลงชีวิตของท่าน ก็ขอให้พวกเราวอนขอพระองค์ เพื่อให้พวกเราสามารถตอบสนองต่อพระหรรษทานของพระองค์ได้เหมือนกับนักบุญเปาโล เพื่อที่พวกเราเองจะได้เป็นพยานแห่งความรักที่ “ถูกหลั่งลงในหัวใจของเรา อาศัยพระจิตเจ้าซึ่งพระเจ้าประทานให้เรา” (เทียบ รม 5:5) ขอให้เราวอนขอพระหรรษทานจากพระเจ้า เพื่อที่เราจะได้ทะนุถนอมบำรุงและเผยแผ่ความรักของพระองค์ และกระทำตนเป็นเพื่อนบ้านให้แก่กันและกันได้อย่างแท้จริง (เทียบ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส, บทเทศน์ในพิธีทำวัตรเย็นที่สอง วันสมโภชนักบุญเปาโลกลับใจ, 25 มกราคม 2024) ขอให้เราทั้งหลายแข่งกันแสดงความรัก ซึ่งได้ผลักดันนักบุญเปาโล ผู้ที่เคยเบียดเบียนพระศาสนจักร ให้กลายเป็น “ทุกสิ่งเพื่อทุกคน” (เทียบ 1คร 9:19-23) เมื่อท่านได้พบกับพระคริสตเจ้า และทำให้ท่านยอมแม้กระทั่งสละชีพเป็นมรณสักขี หากเป็นได้เช่นนี้ เราทั้งหลายก็จะได้เป็นเหมือนกับนักบุญเปาโล คือ ความอ่อนแอของร่างกายจะแสดงพลังแห่งความเชื่อในพระเจ้าให้ปรากฏ และความเชื่อนี้เองที่นำมาซึ่งการบันดาลความชอบธรรม (เทียบ รม 5:1-5)

            มหาวิหารแห่งนี้ได้รับมอบหมายให้อยู่ภายใต้การดูแลของประชาคมนักบวชคณะเบเนดิกตินมาหลายร้อยปี และเมื่อเราทั้งหลายกำลังพูดถึงความรักว่าเป็นบ่อเกิดและแรงผลักดันของการประกาศพระวรสาร พวกเราจึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงนักบุญเบเนดิกต์ ที่ได้เรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าภายในกฎที่ท่านเขียนขึ้น ให้[บรรดานักบวช]มีความรักกันเป็นพี่น้อง และให้มีน้ำใจต้อนรับผู้คนทุกคน (กฎของนักบุญเบเนดิกต์, 53; 63)

            พ่ออยากจะสรุปบทเทศน์นี้ด้วยการนำคำกล่าวที่คนชื่อเบเนดิกต์อีกคนหนึ่งได้กล่าวไว้กว่าหนึ่งพันปีหลังจากนั้น สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่สิบหกได้ตรัสกับคนหนุ่มสาวไว้ว่า “มิตรที่รักทั้งหลาย พระเจ้าทรงรักพวกเรา นี่คือความจริงที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตพวกเรา และเป็นสิ่งที่ทำให้สิ่งอื่น ๆ ทั้งหมดมีความหมาย” จริงทีเดียวว่า “ชีวิตของพวกเรามีจุดเริ่มต้นเป็นส่วนหนึ่งในแผนการแห่งความรักของพระเจ้า” และความเชื่อก็ย่อมนำพาให้เราทั้งหลาย “เปิดใจน้อมรับธรรมล้ำลึกแห่งความรักอันนี้ และเจริญชีวิตเป็นชายหญิงที่ตระหนักว่าตนเป็นที่รักของพระเจ้า” (บทเทศน์ภายในการตื่นเฝ้าภาวนาร่วมกับบรรดาคนหนุ่มสาว, กรุงมาดริด, 20 สิงหาคม 2011)

            ในที่นี้ เราย่อมได้เห็นภายในความเรียบง่ายและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครว่า อะไรคือพื้นฐานของพันธกิจทุกอย่าง ซึ่งรวมถึงพันธกิจของพ่อเอง ทั้งในฐานะผู้สืบตำแหน่งจากนักบุญเปโตร และในฐานะทายาทแห่งความร้อนรนแบบธรรมทูตของนักบุญเปาโล ขอให้พระเจ้าโปรดประทานพระหรรษทานให้แก่พ่อ เพื่อที่พ่อจะได้ตอบสนองอย่างซื่อสัตย์ต่อเสียงเรียกของพระองค์ด้วยเทอญ