ข้อคิดในมิสซา วันเสาร์ที่ 12 กันยายน ค.ศ.2026

เรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่า ชื่อหนึ่งชื่อไม่ได้เป็นเพียงคำเรียก แต่บอกถึงความสัมพันธ์ บอกว่าใครมีความสำคัญต่อใคร และบางครั้งยังบอกด้วยว่าเรากลัวใครมากที่สุด!

วันนี้พระศาสนจักรระลึกถึง พระนามศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระนางมารีย์ แต่คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “เราเอ่ยนามมารีย์บ่อยเพียงใด” หากคือ เมื่อเอ่ยนามมารีย์แล้ว ชีวิตของเราเข้าใกล้พระเยซูเจ้ามากขึ้นหรือไม่?

เมื่อเด็กคนหนึ่งตกใจ สิ่งแรกที่เขามักร้องคือ “แม่!” เขาไม่ได้กำลังท่องคาถา แต่กำลังเรียกหาบุคคลที่เขาไว้ใจว่า จะไม่ทอดทิ้งเขา

แต่ความศักดิ์สิทธิ์ของพระนามมารีย์ไม่ได้อยู่ที่เสียงพยางค์ หากอยู่ที่ ชีวิตของผู้เป็นเจ้าของนามนั้น พระแม่เป็นผู้กล่าวว่า “ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า
ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด”

ชื่อ “มารีย์” จึงพาเราไปสู่ชื่อ “เยซู” เสมอ พระแม่มารีย์ไม่เคยเก็บเราไว้กับพระแม่เอง แต่ตรัสเหมือนที่งานสมรส ณ หมู่บ้านคานาว่า “เขาบอกให้ท่านทำอะไร ก็จงทำเถิด”

การถวายเกียรติแด่แม่พระอย่างแท้จริงจึงไม่ใช่เพียงจุดเทียน คล้องสายประคำ หรือร้องเพลงได้ไพเราะ แต่คือ ทำสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงสั่ง

นักบุญเปาโลกล่าวในบทอ่านแรกอย่างตรงไปตรงมาว่า “ท่านจะดื่มจากถ้วยขององค์พระผู้เป็นเจ้า และจากถ้วยของปีศาจด้วยไม่ได้” คำพูดนี้แทงใจเรา เพราะมนุษย์ปัจจุบันพยายามถือถ้วยสองใบพร้อมกัน

เราอาจสวมสายประคำไว้ที่คอ แต่ถ้าไม่ยอมให้พระวาจาเปลี่ยนหัวใจ สายประคำนั้นก็เป็นเพียงเครื่องประดับ

แม่พระไม่ทรงสอนเราให้ถือถ้วยสองใบ พระแม่เลือกถ้วยของพระเจ้าตั้งแต่นาซาเร็ธ แม้รู้ว่าถ้วยนั้นจะพาพระแม่ไปถึงเบธเลเฮม การลี้ภัยในอียิปต์ ความไม่เข้าใจของผู้คน และสุดท้ายคือเชิงกางเขน

ความศรัทธาแท้ไม่ได้หมายความว่า ชีวิตจะไม่มีความทุกข์ แต่หมายความว่า ในความทุกข์นั้น เราไม่เปลี่ยนพระเจ้า ไปหาสิ่งอื่น

พระเยซูเจ้าตรัสในพระวรสารว่า “ไม่มีต้นไม้ดีต้นใดเกิดผลเลว และไม่มีต้นไม้เลวต้นใดเกิดผลดี” นี่คือมาตรวัดความศรัทธาต่อแม่พระที่ชัดเจนที่สุด

หากเราสวดภาวนาต่อแม่พระแล้ว เรายังใจร้อนกว่าเดิม เกลียดคนง่ายกว่าเดิม ไม่ยอมให้อภัยเหมือนเดิม และดูหมิ่นผู้ต่างศาสนาหรือผู้คิดเห็นต่างจากเราเหมือนเดิม เราต้องถามว่า บทภาวนาของเราลงไปถึงหัวใจแล้วหรือยัง

ต้นไม้ไม่ต้องถือป้ายประกาศว่า “ฉันเป็นต้นมะม่วง” เมื่อถึงเวลา ผลของมันจะบอกเองว่าเป็นต้นอะไร คริสตชนก็เช่นกัน เราไม่จำเป็นต้องประกาศตัวเสียงดังตลอดเวลาว่า “ฉันศรัทธาต่อแม่พระ” เพราะผลของชีวิตจะพูดแทนเรา

ผลเหล่านี้ต่างหากคือสายประคำที่มองเห็นได้ในชีวิตประจำวัน

โลกปัจจุบันเต็มไปด้วยเสียงแจ้งเตือน ข่าวปลอม การใส่ร้าย ความรุนแรง สงคราม และการแบ่งขั้ว ผู้คนจำนวนมากกำลังเรียกชื่อของชาติ ศาสนา หรืออุดมการณ์ของตน เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเกลียดชังผู้อื่น

แต่เมื่อเราเอ่ยนาม “มารีย์” เราต้องระลึกว่า นามนี้เป็นของหญิงผู้ถ่อมตนแห่งนาซาเร็ธ ผู้ไม่ได้ครอบครองอำนาจทางการเมือง ไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีตำแหน่ง แต่เปิดพื้นที่ในชีวิตให้พระเจ้าทรงทำงาน

พระแม่ไม่ได้ชนะโลกด้วยเสียงดัง แต่ด้วยคำว่า ขอให้เป็นไป”
ไม่ได้เปลี่ยนโลกด้วยอาวุธ แต่ด้วยการมอบพระเยซูเจ้าแก่โลก
ไม่ได้ยืนบนเชิงกางเขนเพื่อประณามผู้ตรึงพระบุตร แต่ยืนอยู่ที่นั่นด้วยความรักอันซื่อสัตย์ พระศาสนจักรในวันนี้จึงต้องถามตนเองว่า เราต้องการเป็นพระศาสนจักรที่คนกลัว หรือเป็นพระศาสนจักรที่คนทุกข์กล้าเข้ามาหา? เราเป็นเพียงสถาบันที่รักษาชื่อเสียงของตน หรือเป็นมารดาที่รักษาบาดแผลของผู้คน?

มีวลีซึ่งสืบทอดกันว่า กษัตริย์โซบีเอสกีทรงดัดแปลงคำของจูเลียส ซีซาร์ จาก “ข้ามา ข้าเห็น ข้าชนะ” เป็นความหมายว่า เรามา เราเห็น แต่พระเจ้าทรงเป็นผู้ประทานชัยชนะ”

บทสอนใจคือว่า มนุษย์อยากเอ่ยชื่อตนเองหลังชัยชนะ แต่ผู้มีความเชื่อต้องรู้จักถอยออก เพื่อให้พระนามของพระเจ้าอยู่เบื้องหน้า

อย่างไรก็ตาม วันนี้เราไม่ควรนำเหตุการณ์ในอดีตมาใช้ปลุกความเกลียดชังต่อชาวมุสลิมหรือต่อศาสนาใด วันฉลองนี้ไม่ได้อนุญาตให้เราใช้พระนามมารีย์เป็นธงต่อสู้กับมนุษย์ เพราะแม่พระเองได้รับเกียรติอย่างสูงในหมู่พี่น้องมุสลิมด้วย

ศัตรูที่คริสตชนต้องต่อสู้ในวันนี้ คือความเกลียดชัง ความเท็จ ความโลภ การเหยียดหยาม และบาปที่ซ่อนอยู่ในใจของเราเอง สมรภูมิที่สำคัญที่สุดไม่ได้อยู่หน้าประตูเมือง แต่อยู่หน้าประตูหัวใจ

พระวรสารจบลงด้วยภาพคนสองคนสร้างบ้าน คนหนึ่งขุดลึกและวางรากฐานไว้บนศิลา อีกคนสร้างบ้านบนดินโดยไม่มีรากฐาน ทั้งสองบ้านต่างเผชิญน้ำท่วม ต่างกันเพียงว่า บ้านหนึ่งยังคงยืนอยู่ พระเยซูเจ้าไม่ได้ทรงสัญญาว่า ผู้มีความเชื่อจะไม่มีพายุ แต่ทรงสัญญาว่า ผู้ฟังและปฏิบัติตามพระวาจาจะไม่ถูกพายุทำลาย

ชีวิตของแม่พระตั้งอยู่บนศิลา พระแม่ไม่เข้าใจทุกสิ่ง แต่ “ทรงเก็บเรื่องทั้งหมดไว้ในพระทัย” เมื่อพระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์ พระแม่อาจไม่เห็นคำตอบ แต่ยังคงยืนอยู่ ไม่หนี ไม่ทิ้ง และไม่เลิกเชื่อ

นี่คือความหมายลึกที่สุดของพระนามมารีย์ คือชื่อของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งยังคงยืนอยู่ เมื่อโลกทั้งโลกของเธอกำลังพังทลาย

คราวหน้าเมื่อเราตกใจ กลัว หรือหมดหวัง และปากของเราเอ่ยว่า แม่พระมารีย์ โปรดช่วยลูกด้วย ขอให้เราจำไว้ว่า พระแม่อาจไม่ได้ทำให้พายุหยุดทันที แต่พระแม่จะจับมือเรา ชี้ไปยังพระเยซูเจ้า และบอกเราว่า “อย่ากลัว จงทำทุกสิ่งที่พระองค์ทรงบอกเถิด

ข้าแต่พระนางมารีย์ พระมารดาของพระเจ้า
โปรดช่วยให้เราไม่เพียงเรียกพระนามของพระนาง
แต่ดำเนินชีวิตสมกับเป็นบุตรของพระนาง
ให้ปากที่สวดภาวนา เป็นปากที่ให้กำลังใจ
ให้มือที่ถือสายประคำ เป็นมือที่ช่วยเหลือ
และให้หัวใจที่รักพระนาง เป็นหัวใจที่รักพระเยซูเจ้า
และรักมนุษย์ทุกคนด้วยเถิด อาแมน


ช่องทางติดตามข้อคิดบทเทศน์ประจำวัน
ID Line : @vissanu201
https://lin.ee/6gZZDwO


รูปภาพ