ข้อคิดในมิสซา วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม ค.ศ.2026

จดหมายฟิลิปปีมีบรรยากาศแตกต่างจากจดหมายหลายฉบับของเปาโล เพราะแม้เปาโลเขียนจากสถานการณ์ที่ถูกจองจำ แต่กลับเต็มไปด้วย ความชื่นชมยินดี ความรัก และความขอบคุณ ประโยคสำคัญคือ “ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าทุกครั้งที่ระลึกถึงท่านทั้งหลาย” เปาโลไม่ได้เริ่มด้วยการตำหนิ แต่เริ่มด้วย การขอบคุณ และประโยคที่งดงามที่สุด: “พระองค์ผู้ทรงเริ่มงานดีในท่าน จะทรงทำให้สำเร็จจนถึงวันของพระเยซูเจ้า” หมายความว่า อย่ามองคนเพียงจากสภาพของเขาในวันนี้ แต่จงมองเขาด้วยสายตาของพระเจ้าว่าเขายังอยู่ในกระบวนการของการถูกสร้างให้สมบูรณ์ นี่ใช้ได้อย่างมากกับครอบครัวและพระศาสนจักร


พระเยซูเจ้าทรงไปรับประทานอาหารในบ้านของผู้นำชาวฟาริสี และพระคัมภีร์บอกว่า“เขาทั้งหลายคอยจับผิดพระองค์” สังเกตคำว่า “จับผิด” เขาไม่ได้มองพระเยซูเจ้าเพื่อเรียนรู้, ไม่ได้มองเพื่อพบพระเจ้า, แต่กำลังมองว่า “พระองค์จะทำผิดอะไรหรือเปล่า?” แล้วมีชายคนหนึ่งเป็นโรคบวมน้ำอยู่ต่อหน้าพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงถามว่า “ในวันสับบาโต การรักษาคนป่วยนั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่?” ทุกคนเงียบ แล้วพระองค์ทรงรักษาชายคนนั้น นี่คือการปะทะกันระหว่าง “กฎ” กับ “ความเมตตา” พระเยซูเจ้าไม่ได้บอกว่ากฎหมายไม่สำคัญ แต่ทรงเตือนว่า เมื่อกฎของเราทำให้เราไม่เห็นความทุกข์ของคน กฎนั้นกำลังถูกใช้ผิดจุดประสงค์


มนุษย์เรามีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่ง คือมองเห็นความผิดของคนอื่นได้ชัดกว่าความผิดของตัวเอง และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในบ้านของผู้นำฟาริสี แต่คนเหล่านั้นไม่ได้มองพระองค์ด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง พระคัมภีร์บอกว่า “เขาทั้งหลายคอยจับผิดพระองค์” เขาไม่ได้ถามว่า “พระองค์จะสอนอะไรเรา?” แต่ถามว่า “พระองค์จะทำผิดอะไรให้เราจับได้?” นี่เป็นอันตรายอย่างหนึ่งของชีวิตฝ่ายจิต เมื่อเราเริ่มมองทุกสิ่งด้วยสายตาของผู้พิพากษา เราจะค่อย ๆ สูญเสียหัวใจของผู้เมตตา


และเมื่อเราหันมาดูบทอ่านจากจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวฟิลิปปี เราพบภาพตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เปาโลพูดว่า “ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าทุกครั้งที่ระลึกถึงท่านทั้งหลาย” เปาโลไม่ได้เริ่มด้วยการพูดว่า “พวกท่านมีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง” แต่เริ่มว่า“เมื่อข้าพเจ้าคิดถึงพวกท่าน ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้า” นี่คือสายตาของพระเยซูเจ้า เปาโลสามารถมองเห็นความดีเล็ก ๆ ในแต่ละบุคคล เพราะท่านเชื่อว่า พระเจ้ากำลังทำงานอยู่ในชีวิตของคนเหล่านั้น และเปาโลกล่าวอย่างงดงามว่า “พระองค์ผู้ทรงเริ่มงานดีในท่าน จะทรงทำให้สำเร็จ” นี่เป็นประโยคที่เราควรจำไว้ โดยเฉพาะเวลาที่เราผิดหวังกับใครสักคน อย่าตัดสินคนจากบทหนึ่งของชีวิต แล้วคิดว่านั่นคือหนังสือทั้งเล่ม เพราะพระเจ้ายังเขียนต่ออยู่ ลูกของเราอาจยังไม่เป็นอย่างที่เราต้องการ, สามีหรือภรรยาอาจยังไม่เป็นอย่างที่เราคาดหวัง, สมาชิกวัดบางคนอาจยังมีข้อบกพร่อง แม้แต่ตัวเราเองก็ยังไม่สมบูรณ์, แต่พระเจ้าตรัสว่า “งานของเรายังไม่เสร็จ”


พระวรสารวันนี้จึงมีคำถามสำคัญมาก ชายที่เป็นโรคบวมน้ำคนนั้นอาจไม่ได้พูดอะไรเลยแต่การปรากฏตัวของเขาทำให้เห็นว่า คนบางคนกำลังเผชิญความทุกข์ ขณะที่คนอีกกลุ่มกำลังจับผิด พระเยซูเจ้าทรงเลือกอะไร? พระองค์เลือก ช่วยคน เพราะสำหรับพระเยซูเจ้าทรงเห็นว่า “คน” สำคัญกว่าการเอาชนะในการถกเถียง ความเมตตาสำคัญกว่าการรักษาภาพลักษณ์ และชีวิตของคนสำคัญกว่าการที่เราจะพิสูจน์ว่า “ฉันเป็นฝ่ายถูก”

นี่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับพระศาสนจักรในปัจจุบัน บางครั้งเรามัวแต่ถามว่า “ใครผิด?” “ใครไม่ทำตามระเบียบ?” “ใครไม่เหมือนเรา?” “ใครคิดไม่เหมือนเรา?”

แต่พระเยซูเจ้าทรงถามอีกคำถามหนึ่งว่า “มีใครกำลังเจ็บปวดเป็นทุกข์ใจอยู่ตรงหน้าเราหรือไม่?” นี่คือหัวใจของพระศาสนจักร พระศาสนจักรไม่ควรเป็นสถานที่ที่คนกลัวว่าจะถูกจับผิด แต่ควรเป็นสถานที่ที่คนรู้สึกว่า “แม้ฉันยังไม่สมบูรณ์ แต่ที่นี่มีคนช่วยฉันให้กลับมาหาพระเจ้าได้”


มีเกร็ดเล็ก ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับคำว่า “การขอบพระคุณ” ในภาษากรีก คือ eucharisteō ซึ่งมีรากเดียวกับคำที่พระศาสนจักรใช้เรียก Eucharist — ศีลมหาสนิท

นั่นทำให้เราเห็นภาพสวยมาก คนที่มีหัวใจแบบศีลมหาสนิท คือคนที่เรียนรู้จะมองชีวิตด้วยการขอบพระคุณ เปาโลแม้ว่าถูกจำคุก แต่ยังขอบพระคุณ พระเยซูเจ้าอยู่ท่ามกลางคนที่กำลังจับผิด แต่ยังทรงเลือกความเมตตา ดังนั้น ความเป็นคริสตชนไม่ได้วัดจากว่า เรามีปัญหาน้อยแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า เมื่อพบเจอปัญหา เรามีหัวใจแบบไหน


หนึ่ง — วันนี้ฉันกำลังมองใครด้วยสายตาของฟาริสีหรือไม่? คือมองเขาเพื่อจับผิด

สอง — ฉันมีใครสักคนที่ฉันควรขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับเขาหรือไม่? แม้เขาจะยังไม่สมบูรณ์

สาม — มีใครกำลังเจ็บปวดอยู่ใกล้ตัวฉันหรือไม่ และฉันกำลังทำอะไรเพื่อเขา? เพราะวันหนึ่ง พระเจ้าจะไม่ได้ถามเราเพียงว่า “เจ้ารู้กฎของเรามากแค่ไหน?” แต่พระองค์อาจถามว่า “เมื่อเจ้าพบคนที่กำลังเจ็บปวดเผชิญความทุกข์ เจ้ารักเขาและเห็นอกเห็นใจเขาหรือไม่?”

และในวันที่เราพบความบกพร่องของคนอื่น ขอให้จำคำของนักบุญเปาโลไว้: “พระองค์ผู้ทรงเริ่มงานดีในท่าน จะทรงทำให้สำเร็จ” อย่าเพิ่งปิดหนังสือชีวิตของใคร เพราะ พระเจ้ายังทรงเขียนอยู่ และบางที พระองค์อาจกำลังใช้เราเป็นหนึ่งใน “ปากกา” ที่พระองค์ทรงใช้เขียนบทต่อไปของชีวิตเขา ขอให้พระศาสนจักรของเราเป็นพระศาสนจักรที่คนพบความเมตตาก่อนพบการตัดสิน พบพระเยซูเจ้าก่อนพบกฎ และพบความหวังก่อนพบความผิด อาแมน


ช่องทางติดตามข้อคิดบทเทศน์ประจำวัน
ID Line : @vissanu201
https://lin.ee/6gZZDwO


รูปภาพ