สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส
General Audience/การเข้าเฝ้าแบบทั่วไป
ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร นครรัฐวาติกัน
เมื่อวันพุธที่ 3 เมษายน 2024


คำสอน : คุณธรรมและพยศชั่ว (14) ความยุติธรรม
เจริญพรมายังพี่น้องที่รัก สุขสันต์ปัสกา และอรุณสวัสดิ์
วันนี้เราจะพิจารณาเรื่องความยุติธรรม ที่เป็นคุณธรรมหลักประการที่สอง และเป็นคุณธรรมทางสังคมที่จำเป็นยิ่งยวด หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิกให้นิยามความยุติธรรมไว้ว่าเป็น “คุณธรรมทางศีลธรรมที่เป็นเจตนามั่นคงและสม่ำเสมอในการที่จะมอบสิ่งที่เป็นของพระเจ้าและของเพื่อนมนุษย์ให้แก่พระเจ้าและเพื่อนมนุษย์” (ข้อ 1807) ความยุติธรรมเป็นแบบนี้ มีคำขวัญอันหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ ซึ่งมักจะนำมากล่าวกันเวลาพูดถึงความยุติธรรม คือคำขวัญที่ว่า “unicuique suum” กล่าวคือ [พึงให้แต่ละคน]ได้สิ่งที่[ควร]เป็นของเขา ความยุติธรรมเป็นคุณธรรมที่ควรมีในกฎหมาย คุณธรรมอันนี้เป็นสิ่งที่มุ่งกำกับดูแลความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนอย่างเป็นธรรม
สิ่งหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์อุปมาถึงความยุติธรรม คือ ตาชั่ง เพราะว่า[ความยุติธรรม]มุ่งจะให้เกิด “ความสมดุล” ระหว่างผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีความเสี่ยงบางอย่างที่อาจทำให้ความสมดุลต้องเสียไป วัตถุประสงค์ของความยุติธรรมคือการให้แต่ละคนได้รับการปฏิบัติภายในสังคมอย่างสมควรแก่ศักดิ์ศรีของเขา อย่างไรก็ตาม เป็นที่รับรู้สั่งสอนกันมาแต่โบราณว่า ความยุติธรรมจะเกิดมีขึ้นได้ต่อเมื่อมีทัศนคติที่สอดคล้องกับคุณธรรมประการอื่น ๆ [ประกอบด้วย] เช่น ความเมตตากรุณา ความเคารพผู้อื่น การรู้จักขอบคุณ การแสดงออกอย่างเป็นมิตร และความซื่อสัตย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคุณธรรมที่สร้างประโยชน์แก่การอยู่ร่วมกันของมนุษย์ [และความยุติธรรมเอง]ก็เป็นคุณธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างดีของมนุษย์[เช่นกัน]
พวกเราล้วนตระหนักดีว่า ความยุติธรรมเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติภายในสังคม หากว่าที่ใดไม่มีกฎหมายที่เคารพสิทธิต่าง ๆ คนเราก็ย่อมจะไม่อาจเจริญชีวิตอยู่ในที่นั้นได้ เพราะที่แบบนั้นย่อมเป็นเหมือนกับป่าดงดิบ และหากที่ใดไม่มีความยุติธรรม ที่นั่นย่อมไม่มีสันติภาพ [พ่อขอย้ำอีกครั้งว่า] ที่ใดไม่มีความยุติธรรม ที่นั่นย่อมไม่มีสันติภาพ จริงทีเดียวว่าหากไม่มีการเคารพความยุติธรรม ความขัดแย้งก็ย่อมบังเกิด และหากว่าไม่มีความยุติธรรม กฎแบบปลาใหญ่กินปลาเล็กก็ย่อมจะฝังรากลงอย่างเหนียวแน่น และนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม ความยุติธรรมเป็นคุณธรรมที่พึงนำไปปฏิบัติทั้งในเรื่องใหญ่และเรื่องเล็ก ความยุติธรรมไม่ได้เป็นเพียงเรื่องภายในศาลเท่านั้น หากแต่ยังเป็นจริยธรรมที่คอยกำกับชีวิตประจำวันของพวกเราด้วย ความยุติธรรมทำให้คนเราสามารถมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วยความจริงใจ [กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ] ความยุติธรรมเป็นสิ่งที่ทำให้หลักปฏิบัติตามแนวพระวรสารเป็นจริงได้ พระวรสารบอกว่าคำกล่าวของคริสตชนควรเป็นเพียงว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” เพราะคำพูดที่มากไปกว่านั้นมาจากมารร้าย (เทียบ มธ. 5,37) การพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว การพูดจาวกวนกำกวมเพื่อล่อหลอกเพื่อนบ้าน และการสงวนท่าทีเพื่อปิดบังเจตนาที่แท้จริง ล้วนเป็นพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับความยุติธรรม คนที่เป็นผู้ชอบธรรม [กล่าวคือ ผู้ที่ประกอบด้วยความยุติธรรม]นั้น ย่อมเป็นคนที่ซื่อตรง เรียบง่าย และตรงไปตรงมา เขาย่อมไม่สวมหน้ากาก เขาย่อมแสดงตัวตนอย่างที่เขาเป็น และเขาย่อมพูดความจริง [นอกจากนี้]เขาก็ย่อมจะพูดคำว่า “ขอบคุณ” อยู่เสมอ [เพราะ]เขารู้ดีว่า ถึงแม้พวกเราจะพยายามเป็นคนใจกว้างมากเท่าไหร่ แต่เราก็[ย่อมจะต้องพึ่งพาผู้อื่น] ย่อมจะเป็นหนี้บุญคุณเพื่อนบ้านของเราอยู่เสมอ เราอาจรู้จักมอบความรักแก่ผู้อื่น แต่นั่นก็เป็นเพราะว่าเราเคยได้รับความรักจากผู้อื่นมาก่อน
ธรรมประเพณีได้กล่าวไว้หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับลักษณะของคนที่เป็นผู้ชอบธรรม ให้เราพิจารณากันบางข้อ ผู้ชอบธรรมย่อมเคารพและทำตามกฎหมาย เพราะเขารู้ว่ากฎหมายเป็นเกราะกำบังคนที่ไม่มีทางสู้ เพื่อไม่ให้เขาตกอยู่ภายใต้การครอบงำของผู้มีอำนาจ ผู้ชอบธรรมย่อมไม่คิดถึงแต่ความสุขสบายของตนเอง แต่เราย่อมปรารถนาให้เกิดความดีในสังคมโดยรวมด้วย ดังนั้น ผู้ชอบธรรมย่อมจะไม่ยอมแพ้ต่อการผจญที่ยั่วยุให้เขาคิดถึงแต่เรื่องตนเองและใส่ใจเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับตนเองเท่านั้น ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะมีเหตุผล แต่เขาก็ย่อมจะไม่มองว่าโลกนี้มีแต่เรื่องของเขาเอง มีสิ่งหนึ่งที่คุณธรรมแห่งความยุติธรรมทำให้เป็นที่รับรู้ได้อย่างชัดเจน กล่าวคือ ความยุติธรรมย่อมทำให้คนเราตระหนักอยู่ในใจว่า หากไม่มีความดีสำหรับทุกคน ความดีแท้จริงสำหรับแต่ละคนก็ย่อมไม่อาจมีอยู่ได้
ดังนั้น ผู้ชอบธรรมย่อมระมัดระวังไม่ให้พฤติกรรมของตนกลายเป็นการทำร้ายผู้อื่น หากเขาทำอะไรผิดพลาดไป เขาก็ย่อมจะขออภัย หรือในบางกรณี เขาอาจยอมแม้กระทั่งเสียสละสิ่งของหรือประโยชน์ของตนเพื่อมอบให้แก่สังคม ผู้ชอบธรรมย่อมปรารถนาให้สังคมมีระบบระเบียบ อยากให้ผู้คนในสังคมพยายามทำตามบทบาทหน้าที่ของตนอย่างดี แทนที่จะหวังใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อประโยชน์ของตนเอง ผู้ชอบธรรมย่อมรังเกียจการใช้เส้นสาย เขาย่อมไม่ใช้บุญคุณเพื่อหาประโยชน์ เขาย่อมมีความรักต่อหน้าที่ความรับผิดชอบ เขาย่อมพยายามส่งเสริมหลักนิติธรรมอย่างดียิ่งในลักษณะที่ผู้อื่นสามารถนำมาเป็นแบบอย่างได้ด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ชอบธรรมย่อมจะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมอันเป็นภัยต่าง ๆ เช่นการว่าร้าย การพูดเท็จ การหลอกลวง การคิดดอกเบี้ยเกินประมาณ การดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น และความไม่ซื่อสัตย์ ผู้ชอบธรรมย่อมรักษาคำพูด ย่อมคืนสิ่งที่เขายืมมา และย่อมจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมให้แก่คนที่ทำงานให้เขา [พ่อขอบอกว่า] ใครที่ไม่จ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมแก่แรงงาน เขาย่อมไม่ใช่ผู้ชอบธรรม คนแบบนี้เป็นคนอธรรม
พวกเราไม่อาจรู้ได้เลยว่าในโลกนี้มีผู้ชอบธรรมอยู่มากน้อยแค่ไหน อาจจะมีอยู่มากมาย หรืออาจหายากพอ ๆ กับไข่มุกมีค่า แต่ในโลกนี้มีคนบางคนที่นำมาซึ่งพระพรและพระหรรษทาน ทั้งสำหรับตนเอง และสำหรับโลกที่เขาอาศัยอยู่ ผู้ชอบธรรมไม่ใช่คนที่ตั้งตัวเป็นผู้ตัดสินคนอื่นโดยใช้เกณฑ์ทางจริยธรรม แต่เขาเป็นคนซึ่อตรงที่ “หิวกระหายความชอบธรรม” (มธ. 5,6) ผู้ชอบธรรมเป็นผู้ที่มีจิตใจใฝ่ฝันอยากจะให้คนทั้งมวลได้เป็นพี่น้องกัน ความฝันแบบนี้เป็นสิ่งจำเป็นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกทุกวันนี้ พวกเราต้องการผู้คนที่ชอบธรรม คนแบบนี้เองที่จะทำให้เราทุกคนได้มีความสุข
พระดำรัสทักทายพิเศษของสมเด็จพระสันตะปาปา
พ่อขอต้อนรับอย่างอบอุ่นต่อผู้แสวงบุญและผู้มาเยือนที่พูดภาษาอังกฤษซึ่งได้มาหาพ่อในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มจากสวีเดน มอลตา เกาหลี และสหรัฐอเมริกา ในความปิติยินดีขององค์พระคริสตเจ้าผู้กลับคืนพระชนม์ชีพ พ่อขอให้ลูกทุกคนได้รับพระเมตตาอันเปี่ยมด้วยความรักจากพระเจ้า ผู้ทรงเป็นบิดาของเราทั้งหลาย ขอให้องค์พระผู้เป็นเจ้าโปรดประทานพรแก่ลูกทุกคน
เป็นที่น่าเสียใจว่า ข่าวร้ายจากภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง พ่อขอเรียกร้องอีกครั้งให้มีการหยุดยิงในฉนวนกาซาโดยทันที พ่อขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่ออาสาสมัครที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติงานแจกจ่ายสิ่งของเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในกาซา พ่อภาวนาเพื่อพวกเขาและครอบครัวของเขา พ่อขอเรียกร้องอีกครั้งให้มีการมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปถึงมือของบรรดาพลเรือนที่ต่างหมดแรงและต้องทนทุกข์อยู่ในตอนนี้ และพ่อขอเรียกร้องอีกครั้งให้มีการปล่อยตัวประกันโดยทันที ขอให้พวกเราทุกคนจงอย่าหลงไปกับความพยายามอย่างไร้ความรับผิดชอบที่มุ่งจะทำให้ความขัดแย้งในภูมิภาคขยายวงกว้าง ขอให้เราทุกคนจงทำงาน เพื่อที่สงครามในกาซาและในที่อื่น ๆ จะยุติลงโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สงครามเหล่านี้กำลังนำความตายและความทุกข์ทรมานมาสู่ผู้คนมากมายเหลือเกินในที่ต่าง ๆ ของโลก ขอให้เราอธิษฐานภาวนาและพยายามอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อที่เสียงของอาวุธจะได้เงียบลง และเพื่อที่ความสงบสุขจะได้กลับมาอีกครั้ง
ขอให้เราทั้งหลายอย่าลืมยูเครนที่ถูกเบียดเบียนทำร้าย มีคนตายมากมายเหลือเกิน ในมือพ่อตอนนี้มีสายประคำและหนังสือพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่[และเพลงสดุดี]ของทหารคนหนึ่งที่เสียชีวิตในสงคราม ชายหนุ่มผู้นี้ชื่อว่าโอเล็คซันดร์ เขาอายุเพียง 23 ปี นี่คือพระคัมภีร์ที่เขาเคยอ่าน และในเพลงสดุดี เขาได้ขีดเส้นใต้ตรงเพลงสดุดีที่ 130 ที่ว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าร้องหาพระองค์จากเหวลึก ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดทรงฟังเสียงของข้าพเจ้า” ชายหนุ่มวัย 23 ปีผู้นี้เสียชีวิตที่อัฟดีอิฟกา[ทางตะวันออกของยูเครน] เขาต้องตายในสงครามทั้งที่ควรจะได้มีชีวิตอีกยาวไกล นี่คือสายประคำและหนังสือพระคัมภีร์ของเขา เขาเคยอ่านพระวาจาและอธิษฐานภาวนาโดยใช้สิ่งเหล่านี้ พ่ออยากเชิญชวนทุกคนในที่นี้ให้สงบนิ่งสักครู่หนึ่ง ให้เราคิดคำนึงถึงชายหนุ่มคนนี้ และให้เราคิดถึงผู้คนอีกมากมายที่ต้องจบชีวิตภายในความบ้าคลั่งของสงครามนี้ด้วย สงครามย่อมเป็นการทำลายล้างเสมอ ให้เราคิดถึงพวกเขา และให้เราภาวนา
ท้ายสุด พ่อขอส่งความคำนึงไปยังบรรดาเยาวชน บรรดาคนป่วย คนชรา และคนที่เพิ่งแต่งงาน พ่อขอให้ทุกคนเปิดใจน้อมรับความปิติยินดีและสันติสุขซึ่งเป็นของประทานจากพระเยซูเจ้า ผู้ทรงกลับคืนพระชนม์ชีพ
พ่อขออวยพรลูกทุกคน
ใจความสรุปพระดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปา
พี่น้องที่รัก ในการเรียนคำสอนต่อเนื่องเรื่องคุณธรรมประการต่าง ๆ วันนี้เราจะพิจารณาเรื่องความยุติธรรม ซึ่งหนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิกได้กล่าวไว้ว่า เป็น “คุณธรรมทางศีลธรรมที่เป็นเจตนามั่นคงและสม่ำเสมอในการที่จะมอบสิ่งที่เป็นของพระเจ้าและของเพื่อนมนุษย์ให้แก่พระเจ้าและเพื่อนมนุษย์” (ข้อ 1807) ความยุติธรรมไม่ได้เป็นเพียงคุณธรรมที่แต่ละคนพึงนำไปปฏิบัติ หากแต่เหนือสิ่งอื่นใด ความยุติธรรมเป็นคุณธรรมทางสังคม เพราะว่าความยุติธรรมเป็นสิ่งที่มุ่งจะสร้างประชาคมที่ซึ่งบุคคลแต่ละคนจะได้รับการปฏิบัติให้สมควรกับศักดิ์ศรีที่เขามีอยู่ในตนเอง เช่นนี้เอง ความยุติธรรมจึงเป็นพื้นฐานของสันติภาพ การที่เราจะปฏิบัติตนด้วยความยุติธรรมได้นั้น เราจะต้องนำคุณธรรมข้ออื่นมาปฏิบัติด้วย เช่น ความซื่อสัตย์ ความคงเส้นคงวา ความเคารพต่อกฎหมาย และความมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อความดีส่วนรวม พระเยซูเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ผู้หิวกระหายความชอบธรรมย่อมเป็นสุข (เทียบ มธ. 5,6) ในโลกทุกวันนี้ที่ถูกทำร้ายด้วยสงครามและความเหลื่อมล้ำที่ปรากฏอยู่อย่างมากมาย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้คนที่มุ่งมั่นแสวงหาความยุติธรรมอย่างแน่วแน่จริงจัง เพื่อที่ครอบครัวมนุษยชาติจะได้มีชีวิตและเจริญงอกงามภายในความเป็นหนึ่งเดียวกัน ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และสันติภาพ
(วิษณุ ธัญญอนันต์ และวรินทร เติมอริยบุตร
เก็บการสอนคำสอน/General audience ของพระสันตะปาปามาแบ่งปันและเพื่อการไตร่ตรอง)
