
บทเทศน์และข้อคิด วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2026
นักบุญเฮดวิกแห่งแคว้นซีลีเซีย ศต 13
และนักบุญมาร์การีตา มารีอา อาลาก๊อก ศต 17
บทอ่านประจำวันนี้:
อฟ 1:11-14 — ในพระคริสตเจ้า เราได้รับเลือกให้เป็นประชากรของพระเจ้า และได้รับ “ตราประทับแห่งพระจิตเจ้า”
สดด 33 — “ประชากรที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเลือกสรรไว้เป็นกรรมสิทธิ์ย่อมเป็นสุข”
ลก 12:1-7 — พระเยซูเจ้าทรงเตือนให้ระวัง “เชื้อแป้งแห่งความหน้าซื่อใจคด” และตรัสว่า “อย่ากลัวเลย ท่านมีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก”





นักบุญทั้งสององค์เป็นเหมือนภาพสองภาพที่ช่วยอธิบายพระวาจาวันนี้:
- นักบุญเฮดวิกแห่งแคว้นซีลีเซีย—ความรักที่ก้มลงไปสัมผัสผู้ยากไร้
- นักบุญมาร์การีตา มารีอา อาลาก๊อก—ความรักที่หยั่งลึกเข้าไปในพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า
กล่าวได้ว่า องค์หนึ่งสอนเราให้มี “เท้าที่เดินไปหาผู้ทุกข์ยาก” อีกองค์หนึ่งสอนให้มี “หัวใจที่พักอยู่ในพระหฤทัยพระเยซูคริสตเจ้า”
“พระเจ้าทรงนับเส้นผม—แต่เราอาจลืมนับน้ำตาของกันและกัน”
มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับนักบุญเฮดวิกแห่งซีลีเซียว่า แม้ท่านจะเป็นดัชเชสผู้สูงศักดิ์ มีทรัพย์สิน มีตำหนัก และมีข้าราชบริพารมากมาย แต่ท่านชอบเดินเท้าเปล่า เพื่อร่วมความลำบากกับคนยากจน สามีของท่านรู้สึกไม่สบายใจ จึงไปขอให้พระสังฆราชช่วยออกคำสั่งว่า “ขอให้เฮดวิกสวมรองเท้าเสียที เพราะการที่ดัชเชสเดินเท้าเปล่านั้นไม่เหมาะสม” พระสังฆราชจึงมอบรองเท้าคู่หนึ่งให้ และกำชับว่า “ต่อแต่นี้ ท่านต้องพกรองเท้าคู่นี้ติดตัวเสมอ” เฮดวิกก็นบนอบอย่างเคร่งครัด ท่านพกรองเท้าคู่นั้นไปทุกแห่งจริง ๆ — แต่เอาเชือกผูกแล้วแขวนไว้ที่แขน ส่วนเท้ายังคงเปล่าเหมือนเดิม! เมื่อมีคนถาม ท่านก็ตอบอย่างซื่อ ๆ ว่า “พระสังฆราชสั่งให้ข้าพเจ้าพกรองเท้า แต่ไม่ได้บอกว่าต้องใส่ที่เท้า!”
แม้ว่านี่เป็นเรื่องเล่าตามตำนาน แต่สะท้อนบุคลิกของท่านได้ดี คือเป็นสตรีสูงศักดิ์ที่ไม่ยอมให้ฐานะของตนแยกตนออกจากคนยากจน ธรรมประเพณีเรื่องการเดินเท้าเปล่าของท่านยังทำให้เกิดขนมปังรูปพื้นรองเท้าที่เรียกว่า “Hedwigsohlen” ซึ่งเคยแจกแก่ผู้ยากไร้ในวันฉลองของท่านด้วย เรื่องนี้แต่มีคำถามที่เป็นข้อคิดซ่อนอยู่: เราใช้ศาสนาเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ หรือใช้ความเชื่อเพื่อเข้าใกล้ความทุกข์ของมนุษย์?
พระเยซูเจ้าตรัสในพระวรสารวันนี้ว่า “จงระวังเชื้อแป้งของชาวฟาริสี คือความหน้าซื่อใจคด” เชื้อแป้งมีเพียงนิดเดียว แต่สามารถแทรกซึมเข้าไปในแป้งทั้งก้อนได้ ความหน้าซื่อใจคดก็เช่นกัน เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ — พูดอย่างหนึ่งแต่ทำอีกอย่างหนึ่ง ภายนอกศรัทธาแต่ภายในแข็งกระด้าง ภายนอกยิ้มแต่ภายในอิจฉา ภายนอกกล่าวว่า “ขอพระเจ้าอวยพร” แต่ไม่เคยยื่นมือช่วยเหลือใครเลย บางครั้งเราอาจใส่ “รองเท้าแห่งศาสนา” อย่างสวยงาม แต่ไม่เคยเดินไปหาคนที่กำลังเจ็บปวด
เราอาจมีรูปพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าอยู่ในบ้าน แต่หัวใจของเรายังปิดประตูใส่คนที่ทำให้เราผิดหวัง, เราอาจมาวัดเป็นประจำ แต่ยังนินทา ตัดสิน หรือทำให้คนในบ้านรู้สึกว่าเขาไม่มีคุณค่า พระเยซูเจ้าไม่ได้ตำหนิการปฏิบัติศาสนา แต่ทรงเตือนว่า อย่าให้ศาสนากลายเป็นหน้ากากซ่อนหัวใจที่ไม่ยอมรัก
นักบุญเฮดวิก เกิดในครอบครัวขุนนางราว ค.ศ. 1174 ต่อมาได้อภิเษกสมรสกับเจ้าชายเฮนรี ดยุคแห่งซีลีเซีย (ซีลีเซีย/Silesia เป็นแคว้นประวัติศาสตร์ในยุโรปกลาง ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ทาง ตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศโปแลนด์ และมีบางส่วนอยู่ใน สาธารณรัฐเช็ก กับ ประเทศเยอรมนี) มีบุตรเจ็ดคน ท่านไม่ได้หนีจากโลก แต่ใช้ตำแหน่งและทรัพย์สินสร้างอาราม โรงพยาบาล ช่วยเหลือคนยากจน หญิงม่าย เด็กกำพร้า ผู้ป่วย และนักโทษ
ชีวิตของท่านมิได้ปราศจากความทุกข์ ท่านสูญเสียสมาชิกในครอบครัวหลายคน และใน ค.ศ. 1241 เฮนรีที่ 2 บุตรชายของท่าน ถูกสังหารในยุทธการเลกนีตซา ขณะต่อต้านกองทัพมองโกล เฮดวิกจึงไม่ได้ช่วยคนทุกข์จากบนระเบียงของพระราชวัง แต่ช่วยพวกเขาจากหัวใจของมารดาที่เคยร้องไห้มาก่อน คนที่ไม่เคยยอมให้หัวใจแตก มักพูดปลอบใจได้อย่างสวยงาม แต่คนที่เคยหัวใจแตก และยอมให้พระเจ้ารักษา จะรู้ว่าจะนั่งเงียบ ๆ ข้างผู้กำลังร้องไห้อย่างไร
นักบุญมาร์การีตา มารีอา อาลาก๊อก ก็พบความทุกข์อีกแบบหนึ่ง ท่านเกิดที่ประเทศฝรั่งเศสใน ค.ศ. 1647 สูญเสียบิดาตั้งแต่วัยเยาว์ เคยเจ็บป่วยรุนแรงอยู่หลายปี และเมื่อเข้าอารามคณะแม่พระเสด็จเยี่ยมที่ปาเรย์-เลอ-โมนีอาล ประสบการณ์ทางจิตของท่านไม่ได้รับการยอมรับทันที หลายคนสงสัย บางคนคิดว่าท่านหลงผิด
ระหว่าง ค.ศ. 1673-1675 ท่านเล่าว่าได้รับการเผยแสดงเกี่ยวกับพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า โดยเฉพาะวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 1673 วันฉลองนักบุญยอห์น อัครสาวก พระเยซูเจ้าทรงให้ท่านพักศีรษะใกล้พระหฤทัย และทรงเผยให้เห็นความรักที่ทรงมีต่อมนุษย์ ต่อมาคุณพ่อโกลด เดอ ลา โกลอมบิแยร์ พระสงฆ์เยสุอิต จึงช่วยไตร่ตรองและสนับสนุนพันธกิจของท่าน ความศรัทธาต่อพระหฤทัย การเฝ้าศีลมหาสนิทในชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์ และการรับศีลมหาสนิทวันศุกร์ต้นเดือน จึงค่อย ๆ แพร่หลายออกไป
สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “ท่านได้เห็นอะไร” แต่คือ สิ่งที่ท่านเห็นเปลี่ยนหัวใจของท่านอย่างไร? พระหฤทัยของพระเยซูเจ้าไม่ได้เป็นเพียงรูปหัวใจที่มีเปลวไฟ มงกุฎหนาม และไม้กางเขน แต่เป็นหัวใจของพระเจ้าผู้ทรงรักมนุษย์ แม้มนุษย์จะไม่ตอบรัก เป็นหัวใจที่ถูกแทง แต่ยังคงเปิดอยู่ เป็นหัวใจที่ถูกปฏิเสธ แต่ไม่หยุดให้อภัย
นี่สอดคล้องกับพระวรสารวันนี้อย่างงดงาม เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสว่า “นกกระจอกห้าตัวมิใช่ขายกันเพียงสองเหรียญหรือ ถึงกระนั้นไม่มีนกสักตัวเดียวที่พระเจ้าทรงลืม แม้แต่เส้นผมทุกเส้นบนศีรษะของท่านก็ถูกนับไว้หมดแล้ว อย่ากลัวเลย ท่านมีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก” ในสมัยนั้น นกกระจอกเป็นอาหารราคาถูกมาก ซื้อสองเหรียญได้นกห้าตัว ราวกับตัวที่ห้าเป็นของแถม ไม่มีใครให้ราคาแก่มันด้วยซ้ำ
แต่น่าแปลกใจ พระเยซูเจ้าตรัสว่า นกตัวที่โลกถือว่าเป็นของแถม พระเจ้าก็ไม่ทรงลืม บางคนในโลกปัจจุบันรู้สึกว่าตนเองเป็นเหมือน “นกตัวที่ห้า” — ไม่มีใครเลือก ไม่มีใครฟัง ไม่มีใครต้องการ ผู้สูงอายุที่ลูกหลานไม่มีเวลาให้ เด็กที่ถูกเปรียบเทียบจนคิดว่าตนไม่มีความสามารถ คนยากจนที่สังคมมองผ่าน ผู้ป่วยที่รู้สึกว่าตนเป็นภาระ หรือแม้แต่พระสงฆ์และนักบวชบางคนที่รับใช้มานาน แต่กลับรู้สึกว่าตนถูกลืม วันนี้พระเยซูเจ้าตรัสกับทุกคนว่า “สำหรับโลก เธออาจเป็นของแถม แต่สำหรับเรา เธอไม่เคยเป็นส่วนเกิน เราไม่ได้เพียงรู้ชื่อของเธอ แม้เส้นผมของเธอ เราก็นับไว้แล้ว”
บทอ่านจากจดหมายถึงชาวเอเฟซัส ย้ำว่า เราได้รับเลือกในพระเยซูคริสตเจ้า และได้รับการประทับตราด้วยพระจิตเจ้า ตราประทับนี้ไม่ได้หมายความว่า ชีวิตจะไม่มีบาดแผล แต่หมายความว่า ในทุกบาดแผลเรายังคงเป็นของพระเจ้า ในวันที่คนอื่นปฏิเสธเรา พระเจ้ายังทรงเรียกเราว่า “ของเรา” ในวันที่เราไม่เห็นคุณค่าของตนเอง พระองค์ยังทรงมองเห็นคุณค่าที่พระองค์ทรงวางไว้ในเรา
พระศาสนจักรในยุคนี้ไม่ต้องการเพียงถ้อยคำที่ถูกต้อง แต่ต้องการหัวใจที่สัตย์จริง โลกไม่ได้ขาดคนพูดเรื่องความรัก แต่ขาดคนที่ยอมเสียเวลาเพื่อรักจริง
นักบุญเฮดวิกสอนเราว่า อย่ากลัวให้เท้าของเราเปื้อน เมื่อเดินไปหาคนทุกข์
นักบุญมาร์การีตา มารีอาสอนเราว่า อย่ากลัวให้หัวใจของเราแตก เมื่อรักอย่างพระเยซูเจ้า และพระวรสารวันนี้สอนเราว่า อย่ากลัวมนุษย์จนต้องสวมหน้ากาก เพราะเรามีคุณค่ามากเกินกว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไม่จริงใจ
เมื่อออกจากวัดหลังมิสซาวันนี้ ขอให้เราไม่เพียงพกรูปพระหฤทัยไว้ในกระเป๋า แต่จงนำพระหฤทัยของพระเยซูออกไปในชีวิตจริง ให้เท้าของเราเดินไปหาคนที่ถูกลืม ให้มือของเรายื่นออกไปหาคนที่กำลังล้ม ให้ปากของเราหยุดคำพูดที่ทำร้าย และให้หัวใจของเราเปิดรับคนที่โลกถือว่าไม่มีค่า เพราะวันหนึ่ง เมื่อเรายืนอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า พระองค์อาจไม่ตรัสถามว่า “เจ้ามีรองเท้าคู่สวยไหม?” แต่พระองค์จะตรัสถามว่า “ด้วยรองเท้าคู่นั้น เจ้าเคยเดินไปหาใครบ้าง?”
วันนี้ขอนักบุญเฮดวิกและนักบุญมาร์การีตา มารีอา อาลาก๊อก โปรดวิงวอนเพื่อเรา ให้เรามีหัวใจที่สัตย์จริง ไม่ใช่หัวใจที่แสดงว่ารัก แต่เป็นหัวใจที่กล้ารัก ไม่ใช่หัวใจที่เพียงพูดถึงพระเจ้า แต่เป็นหัวใจที่ทำให้ผู้อื่นสัมผัสได้ว่า — เขาไม่ใช่ส่วนเกิน เขาไม่เคยถูกลืม และเขามีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก อาแมน
วิษณุ ธัญญอนันต์ เจ้าอาวาสวัดเซนต์จอห์น ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
ช่องทางติดตามข้อคิดบทเทศน์ประจำวัน
ID Line : @vissanu201
https://lin.ee/6gZZDwO
รูปภาพ

























