วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2026
วันระลึกถึงนักบุญมาร์ธา มารีอา และลาซารัส
(ยอห์น 11:19-27 หรือ ลูกา 10:38-42)


หัวข้อ “บ้านที่พระเยซูเจ้าทรงรัก”
“พระเยซูเจ้าทรงรักมาร์ธา น้องสาวของนาง และลาซารัส” (ยน 11:5)
มีเรื่องน่าแปลกใจอย่างหนึ่งในพระวรสาร…
พระเยซูเจ้าทรงรักทุกคน แต่มีเพียงไม่กี่ครั้งที่พระคัมภีร์บอกอย่างชัดเจนว่า “พระองค์ทรงรัก…”
หนึ่งในนั้นคือครอบครัวเล็ก ๆ ที่หมู่บ้านเบธานี
มาร์ธา, มารีอา, และ ลาซารัส
บ้านหลังนี้ไม่ใช่พระวิหาร, ไม่ใช่พระราชวัง, ไม่ใช่ศาลาธรรม แต่เป็น บ้านธรรมดา
ที่พระเยซูเจ้ารู้สึกว่า “เมื่อรู้สึกเหนื่อย…ขอแวะบ้านนี้หน่อย”
ช่างเป็นบ้านที่งดงามเหลือเกิน
โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยโรงแรมหรู, ร้านอาหารสวย, และเทคโนโลยีล้ำสมัย
แต่พระเยซูเจ้ากำลังถามเราว่า “บ้านของเจ้า…เป็นบ้านที่เรารู้สึกอยากเข้าไปหรือเปล่า?”
บ้านหลังนี้มีสามคน…และทั้งสามคนต่างก็มีลักษณะนิสัยแตกต่างกันสุดขั้ว
มาร์ธา ผู้ลงมือทำเธอวิ่งวุ่น จัดโต๊ะ ทำอาหาร ต้อนรับแขกหลายคนชอบวิจารณ์ว่าเธอ “ยุ่งเกินไป”แต่ความจริง…พระเยซูเจ้า ไม่เคยตำหนิการรับใช้ของมาร์ธา พระองค์ตำหนิ “ความกังวลมากเกินที่ไปกัดกินหัวใจ”
งานไม่ใช่ปัญหาหัวใจที่ไม่มีสันติสุขต่างหากคือปัญหา
มารีอา นั่งแทบพระบาทฟังพระวาจาเงียบไม่รีบไม่แข่งขันกับใคร
เธอสอนเราว่า ก่อนจะทำอะไรเพื่อพระเจ้า ต้องอยู่กับพระเจ้าก่อน
ลาซารัส น่าสนใจที่สุดพระคัมภีร์แทบไม่บันทึกว่าเขาพูดอะไรเลยไม่มีคำเทศน์
ไม่มีปาฏิหาริย์ ไม่มีผลงาน แต่… เขาเป็นคนที่พระเยซูเจ้าทรงร้องไห้ให้เขา
“พระเยซูเจ้าทรงพระกันแสง” นี่คือข้อพระคัมภีร์ที่สั้นที่สุด แต่ลึกซึ้งที่สุด
พระเจ้าร้องไห้…เพราะเพื่อนตาย นี่คือพระเจ้าที่ไม่ใช่เครื่องจักร แต่มีหัวใจ
เกร็ดชีวิตที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
1. เดิมทีมีวันฉลองเฉพาะนักบุญมาร์ธา
จนกระทั่งปี 2021 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงประกาศให้เป็น “ฉลองนักบุญมาร์ธา มารีอา และลาซารัส”
เหตุผลงดงามมาก เพราะทั้งสามคน เป็นภาพของ ครอบครัวคริสตชนที่สมบูรณ์
- มีผู้รับใช้, มีผู้ภาวนา, มีผู้เป็นพยานถึงชีวิตใหม่
พระศาสนจักรจึงไม่ได้ยกย่องเพียง “คนหนึ่ง” แต่ยกย่อง “ครอบครัว“
นี่เป็นสารที่ลึกซึ้งมากในยุคที่ครอบครัวกำลังเผชิญความเปราะบางจากความเร่งรีบ ความโดดเดี่ยว และความแตกแยก
2. บ้านเบธานีอาจเป็นสถานที่ที่พระเยซูเจ้าพักบ่อยที่สุด
ทุกครั้งก่อนเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม หลายครั้งพระองค์กลับไปพักที่เบธานี เพราะที่นั่น
ไม่มีคนแสวงหาปาฏิหาริย์, ไม่มีคนหวังผลประโยชน์, มีแต่คนรักพระองค์
ขอให้เราลองคิดดู…พระเจ้าผู้สร้างจักรวาล ก็ยังต้องการ “บ้าน” ที่พระองค์พักใจ
3. มาร์ธาเป็นผู้ประกาศความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่ง
ก่อนลาซารัสฟื้นจากความตาย มาร์ธาพูดว่า “ข้าพเจ้าเชื่อว่า พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้า” นี่แทบจะเหมือนคำประกาศของนักบุญเปโตร
หญิงที่หลายคนจำว่า “มัวแต่วิ่งวุ่น” กลับเป็น นักเทววิทยาที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในพระวรสาร
อยากเล่าให้ฟัง
ชายคนหนึ่งชอบบ่นว่า “ภรรยาผมเหมือนมาร์ธาเลย” เพื่อนจึงถาม “ขยันมากหรือ”
“ใช่ แต่บ่นเก่งด้วย” วันหนึ่งภรรยาป่วย เขาต้องทำงานบ้านเองทั้งหมด
ล้างจาน, ซักผ้า, ทำกับข้าว, ทำความสะอาดบ้าน, สามวันผ่านไป…
เขาเดินไปจับมือภรรยาแล้วพูดว่า “ที่รัก…ผมคิดผิดมาตลอด”
ภรรยายิ้ม “ในที่สุดก็รู้ว่าฉันเหมือนมารีอาใช่ไหม”
เขาส่ายหน้า “ไม่…ผมเพิ่งรู้ว่า… ทุกวันที่ผมกลับบ้าน ผมมีนางฟ้าคนหนึ่งคอยรับใช้แต่ผมมัวแต่เห็นงาน จนไม่เคยเห็นความรักที่ซ่อนอยู่ในงานนั้นเลย“
บางครั้ง เราคุ้นกับความดี จนลืมขอบคุณ
ข้อคิดกับโลกปัจจุบัน
โลกวันนี้แบ่งคนออกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายทำงานหนัก กับฝ่ายดูแลชีวิตจิต
บางคนภาวนาเก่ง แต่ไม่รับใช้
บางคนรับใช้เก่ง แต่ไม่มีเวลาสวดภาวนา
บางคนเงียบจนไม่ทำอะไร บางคนทำทุกอย่างจนไม่มีเวลาเงียบ
แต่บ้านเบธานีบอกเราว่า พระเยซูเจ้าทรงรักทั้งสามคน
เพราะทั้งสามเติมเต็มกัน คริสตชนที่แท้ต้องเป็นทั้ง
- มือที่รับใช้
- เข่าที่คุกเข่าภาวนา
- และหัวใจที่เชื่อมั่นในการกลับคืนชีพ
ข้อคิดสำหรับพระศาสนจักร
ทุกวันนี้ พระศาสนจักรอาจกำลังเผชิญความเสี่ยงสองด้าน
ด้านหนึ่ง เราอาจกลายเป็นองค์กรที่ทำกิจกรรมมากมาย แต่ไม่มีเวลานมัสการพระเจ้า อีกด้านหนึ่ง เราอาจภาวนาอย่างลึกซึ้ง แต่ไม่ออกไปสัมผัสผู้ยากไร้ ผู้ป่วย หรือผู้ที่กำลังสิ้นหวัง
ครอบครัวแห่งเบธานีจึงเป็นภาพของพระศาสนจักรที่สมดุลที่สุด กล่าวคือ…
- มาร์ธา เตือนให้พระศาสนจักรรับใช้ด้วยความรัก
- มารีอา เตือนให้พระศาสนจักรฟังพระวาจาก่อนลงมือทำ
- ลาซารัส เตือนให้พระศาสนจักรเป็นพยานว่า พระเยซูคริสตเจ้าทรงมีชัยเหนือความตาย และยังทรงปลุกชีวิตของผู้คนในทุกยุคสมัย
พระศาสนจักรที่โลกต้องการ ไม่ใช่พระศาสนจักรที่เพียง “ทำงานเก่ง” หรือ “พูดเก่ง” แต่เป็นพระศาสนจักรที่ผู้คนรู้สึกได้ว่า พระเยซูเจ้าประทับอยู่จริง
บทสรุป
นักบุญทั้งสามไม่ได้สร้างอาสนวิหาร, ไม่ได้เขียนพระคัมภีร์, ไม่ได้เดินทางประกาศข่าวดีไปทั่วโลก แต่พวกเขาทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ทำให้บ้านธรรมดาหลังหนึ่ง กลายเป็นบ้านที่พระเยซูเจ้าทรงรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน
และนี่คือคำถามที่แต่ละคนควรนำกลับไปไตร่ตรองในวันนี้
บ้านของเราเป็นเพียงที่อยู่อาศัย หรือเป็นสถานที่ที่พระเยซูเจ้าทรงได้รับการต้อนรับ?
ถ้าครอบครัวของเรามีการรับใช้แบบมาร์ธา มีการฟังพระวาจาแบบมารีอา และมีความเชื่อมั่นในองค์พระผู้ประทานชีวิตแบบลาซารัส บ้านของเราก็จะไม่เป็นเพียง “บ้าน” แต่จะกลายเป็น “เบธานีแห่งยุคปัจจุบัน” ที่พระเยซูเจ้าทรงยินดีเสด็จมาประทับ และผู้คนที่เข้ามาจะสัมผัสได้ถึงความรัก ความหวัง และสันติสุขของพระองค์ อาแมน
ข้อคิดเพื่อการไตร่ตรองเพิ่มเติม
ปีนี้ วันฉลองนักบุญมาร์ธา มารีอา และลาซารัส (29 กรกฎาคม) ตรงกับ วันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนระลึกถึง การแสดงปฐมเทศนาของพระพุทธเจ้า (ธัมมจักกัปปวัตนสูตร) และการกำเนิดของพระสงฆ์ เป็นวันสำคัญยิ่งของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย
พ่อคิดว่าพระเจ้าทรงเปิดโอกาสให้เราสร้าง สะพานแห่งความเข้าใจ (Bridge of Dialogue) ระหว่างคริสตชนกับพี่น้องชาวพุทธ ตามแนวทางที่พระศาสนจักรส่งเสริมมาโดยตลอด
ขณะที่เราฉลองนักบุญมาร์ธา มารีอา และลาซารัส พี่น้องชาวพุทธทั่วประเทศก็กำลังเฉลิมฉลองวันอาสาฬหบูชา วันที่ระลึกถึงการประกาศธรรมครั้งแรกของพระพุทธเจ้า
แม้ความเชื่อของเราจะต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันอย่างน่าประทับใจ คือ มนุษย์ทุกคนต่างแสวงหาความจริง แสวงหาความดี และแสวงหาหนทางที่จะทำให้ชีวิตมีความหมาย
วันนี้จึงเป็นวันที่คริสตชนไม่เพียงภาวนาเพื่อครอบครัวของตนเอง แต่ยังภาวนาเพื่อพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ ให้ทุกคนเติบโตในความจริง ความเมตตา และสันติภาพ”
วันอาสาฬหบูชาเป็นวันแห่ง การประกาศความจริง
ส่วนพระวรสารวันนี้เป็นเรื่องของ “บ้านที่เปิดรับองค์พระผู้เป็นความจริง”
มีข้อคิดที่น่าสนใจมากคือ
- พระพุทธเจ้าทรงเริ่มต้นประกาศธรรม
- พระเยซูเจ้าทรงเริ่มต้นจากการสร้างความสัมพันธ์ในบ้านของมาร์ธา มารีอา และลาซารัส
ทั้งสองเหตุการณ์เตือนเราว่า ความจริงจะเปลี่ยนโลกไม่ได้ ถ้ายังไม่เปลี่ยนหัวใจของมนุษย์ พระเยซูเจ้าจึงไม่ได้เพียงสอน แต่พระองค์เสด็จเข้าไปนั่งในบ้าน
กินข้าวกับครอบครัว, ร้องไห้กับผู้ร้องไห้ และปลุกคนตายให้เป็นขึ้นมา นี่คือ “พระวาจาที่มีชีวิต”
ข้อคิดควรไตร่ตรองสำหรับพระศาสนจักรในประเทศไทย
วันนี้เป็นโอกาสดีที่จะย้ำว่า พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทยไม่ได้แข่งขันกับศาสนาใด แต่ได้รับเรียกให้เป็น “เพื่อนร่วมทางของทุกคนที่แสวงหาความจริง”
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเคยทรงเน้นว่า การเสวนาระหว่างศาสนาไม่ได้เริ่มจากการถกเถียงว่าใครถูกกว่าใคร แต่เริ่มจากการเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน รับใช้ผู้ยากไร้ร่วมกัน และร่วมกันสร้างสันติภาพ
ครอบครัวเบธานีจึงเป็นภาพของพระศาสนจักรไทยได้อย่างงดงาม
- เปิดบ้านต้อนรับทุกคน
- รับใช้ทุกคนโดยไม่แบ่งแยก
- ฟังพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง
- เป็นพยานถึงความหวังท่ามกลางสังคม
ข้อคิดสำหรับเราวันนี้
“วันนี้ ประเทศไทยเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังเข้าวัด ทำบุญ ฟังธรรม และแสวงหาหนทางแห่งความดี
ขอให้พวกเราคริสตชนเป็นเหมือนครอบครัวแห่งเบธานี กล่าวคือ เป็นบ้านที่เต็มไปด้วยความรักของมาร์ธา, ความสงบนิ่งของมารีอา, และความหวังแห่งการกลับคืนชีพของลาซารัส เพื่อว่าผู้ใดก็ตามที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด จะสามารถสัมผัสได้ว่า… ‘พระเจ้าประทับอยู่ที่นี่’” อาแมน
วิษณุ ธัญญอนันต์ เจ้าอาวาสวัดเซนต์จอห์น ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
ช่องทางติดตามข้อคิดบทเทศน์ประจำวัน
ID Line : @vissanu201
https://lin.ee/6gZZDwO
รูปภาพ

















