ข้อคิดในมิสซา วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม ค.ศ.2026

ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ทุกคนที่ยอมรับเราต่อหน้ามนุษย์ บุตรแห่งมนุษย์ก็จะยอมรับผู้นั้นต่อหน้าบรรดาทูตสวรรค์ของพระเจ้า” พระเยซูเจ้าไม่ได้ตรัสว่า “ทุกคนที่พูดถึงเราอย่างไพเราะ” แต่ตรัสว่า “ผู้ที่ยอมรับเรา”—คือยอมรับด้วยถ้อยคำ ในการดำเนินชีวิต และด้วยการตัดสินใจในเวลาที่ความเชื่อมีราคาต้องจ่าย

ในโลกปัจจุบัน เราอาจไม่ถูกนำไปโยนให้สิงโต แต่เราถูกทดลองให้ “ปฏิเสธพระเยซูเจ้าแบบสุภาพ” อยู่ทุกวัน เช่น รู้ว่าไม่ถูกต้อง แต่เงียบเพราะไม่อยากเสียประโยชน์, เห็นคนถูกทำร้าย แต่ไม่ช่วยเพราะกลัวเดือดร้อน, เป็นคริสตชนในวัด แต่ใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่งในที่ทำงาน, พูดเรื่องความรัก แต่สร้างความแตกแยกด้วยคำพูดในสื่อสังคม, รับศีลมหาสนิทจากพระกายเดียวกัน แต่ไม่ยอมคืนดีกับพี่น้อง, เรามักคิดว่าการปฏิเสธพระคริสตเจ้าคือการพูดว่า “ฉันไม่เชื่อพระองค์” แต่บางครั้งเราไม่เคยพูดเช่นนั้นเลย เราเพียงดำเนินชีวิตราวกับว่าพระองค์ไม่มีอยู่จริง

นักบุญอิกญาซีโอเป็นพระสังฆราชองค์สำคัญแห่งอันทิโอค เมืองซึ่งบรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้าได้รับนามว่า “คริสตชน” เป็นครั้งแรก ท่านมีชีวิตใกล้ยุคของบรรดาอัครสาวก และตามธรรมประเพณี ท่านเป็นพระสังฆราชองค์ที่สามของอันทิโอค ประมาณ ค.ศ. 70–107  เมื่อถูกจับในสมัยจักรพรรดิทราจัน ท่านถูกส่งตัวจากซีเรียไปยังกรุงโรม เพื่อถูกสัตว์ป่าฉีกกินในสนามกีฬา ตลอดการเดินทาง ท่านถูกควบคุมโดยทหารสิบคน ท่านเรียกพวกเขาว่า “เสือดาวสิบตัว” เพราะยิ่งได้รับความเมตตา พวกเขาก็ยิ่งปฏิบัติต่อท่านอย่างโหดร้าย

แต่สิ่งน่าทึ่งคือ โซ่ตรวนไม่ได้ทำให้ท่านหมกมุ่นอยู่กับความทุกข์ของตนเอง ระหว่างทางท่านเขียนจดหมายเจ็ดฉบับ เพื่อให้กำลังใจคริสตชน เตือนให้ระวังคำสอนผิด และวอนขอให้ทุกคนรักษาความเชื่อและเอกภาพของพระศาสนจักร  คนทั่วไปเมื่อกำลังจะตายมักขอให้คนอื่นปลอบตนเอง แต่อิกญาซีโอกลับใช้เวลาสุดท้ายปลอบโยนผู้อื่น

นี่คือเครื่องหมายของศิษย์แท้ ไม่ใช่คนที่ไม่มีบาดแผล แต่คือคนที่ไม่ยอมให้บาดแผลของตนทำร้ายผู้อื่น และยังสามารถใช้บาดแผลนั้นเป็นช่องทางให้พระพรไหลผ่านไปถึงผู้อื่นได้

เมื่อทราบว่าคริสตชนที่กรุงโรมอาจพยายามช่วยเหลือ ท่านกลับวอนขอไม่ให้ขัดขวางการเป็นมรณสักขี ท่านเขียนถ้อยคำอันโด่งดังว่า “ข้าพเจ้าเป็นเมล็ดข้าวของพระเจ้า ขอให้ฟันของสัตว์ป่าบดขยี้ข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะได้กลายเป็นแผ่นปังบริสุทธิ์ของพระเยซูเจ้า” นี่ไม่ใช่ความเกลียดชีวิตหรือการแสวงหาความตาย แต่คือภาษาของคนที่รักพระเยซูเจ้าจนไม่มีอำนาจใดพรากเขาออกจากพระองค์ได้ ท่านยังกล่าวอีกว่า การตายเพื่อพระเยซูเจ้าย่อมดีกว่าการครอบครองทั่วพิภพ เพราะผู้ที่ท่านแสวงหาคือพระองค์ผู้สิ้นพระชนม์และทรงกลับคืนพระชนมชีพเพื่อเรา

นี่คือ “การเป็นมรณสักขีประจำวัน” ซึ่งอาจไม่มีใครปรบมือให้ แต่พระเจ้าทรงเห็น

บทอ่านจากจดหมายถึงชาวเอเฟซัสวันนี้ บอกว่า พระเยซูคริสตเจ้าทรงเป็นศีรษะของพระศาสนจักร และพระศาสนจักรคือพระกายของพระองค์  นักบุญอิกญาซีโอเข้าใจความจริงนี้อย่างลึกซึ้ง ท่านเป็นนักเขียนคริสตชนยุคแรกสุดที่ใช้คำว่า “พระศาสนจักรคาทอลิก” โดยเขียนว่า “ที่ใดมีพระเยซูคริสต์ ที่นั่นมีพระศาสนจักรคาทอลิก”

ปัญหาของพระศาสนจักรในวันนี้จึงไม่ใช่ว่าเรามีสายพิณที่แตกต่างกัน แต่คือแต่ละสายต้องการเล่นเพลงของตนเอง โดยไม่ฟังพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นผู้บรรเลง

พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าบรรดาศิษย์จะต้องเผชิญอำนาจ ผู้พิพากษา และการคุกคาม พระองค์จึงตรัสว่า “อย่ากังวลว่าจะพูดอย่างไรหรือพูดอะไร เพราะพระจิตเจ้าจะทรงสอนท่านในเวลานั้นเอง” พระองค์ไม่ได้สัญญาว่าศิษย์จะไม่ถูกจับ ไม่ถูกเข้าใจผิด หรือไม่ต้องทนทุกข์ แต่ทรงสัญญาว่า เมื่อเวลานั้นมาถึง เราจะไม่อยู่ตามลำพัง

นักบุญอิกญาซีโอไม่ได้กล้าหาญเพราะมีบุคลิกแข็งแกร่ง แต่เพราะ “ดวงตาแห่งใจ” ของท่านสว่างขึ้น ดังที่นักบุญเปาโลอธิษฐานในบทอ่านวันนี้ ท่านจึงมองเห็นว่าอำนาจของจักรวรรดิโรมันไม่ใช่อำนาจสูงสุด สนามประลองไม่ใช่จุดจบ และความตายไม่มีคำพูดสุดท้าย คำพูดสุดท้ายเป็นของพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ

นักบุญอิกญาซีโอไม่ได้ถามว่า “ข้าพเจ้าจะเอาตัวรอดได้อย่างไร?” แต่ถามว่า “ในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ข้าพเจ้าจะเป็นของพระเยซูคริสตเจ้าได้อย่างไร?”

นี่อาจเป็นคำถามสำหรับเราด้วย เมื่อครอบครัวมีปัญหา—ฉันจะเป็นของพระเยซูเจ้าอย่างไร? เมื่อถูกเข้าใจผิด—ฉันจะเป็นของพระเยซูเจ้าอย่างไร? เมื่อพระศาสนจักรมีความแตกต่าง—ฉันจะสร้างเอกภาพอย่างไร? เมื่อไม่มีใครเห็นความดีที่ฉันทำ—ฉันยังจะซื่อสัตย์หรือไม่?

ในวันที่ร่างของนักบุญอิกญาซีโอถูกบดขยี้ในสนามกีฬาเพียงวันเดียว แต่เสียงของท่านกลับดังก้องมาถึงเราจนถึงวันนี้หลังจากผ่านไปเกือบสองพันปี ส่วนจักรพรรดิ ผู้พิพากษา และฝูงชนที่โห่ร้องในวันนั้น แทบไม่มีใครจดจำชื่อของพวกเขาแล้ว

นี่คือข้อคิดสอนใจของพระวรสาร: คนที่พยายามรักษาชีวิตไว้เพื่อตนเอง อาจถูกโลกลืมแต่คนที่มอบชีวิตเพราะความรัก จะมีชีวิตอยู่ในหัวใจของพระศาสนจักรตลอดไป

ขอพระจิตเจ้าประทานความกล้าหาญแก่เรา มิใช่เพียงให้พูดว่าเราเชื่อในพระเยซูเจ้า แต่ให้ชีวิตของเรากลายเป็นถ้อยคำที่ประกาศว่า “พระเยซูคริสตเจ้าทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า พระศาสนจักรคือพระกายของพระองค์ และข้าพเจ้าเป็นของพระองค์—ในวันที่มีความสุข ในวันที่ต้องทนทุกข์ และแม้กระทั่งในวาระสุดท้ายของชีวิต”

นักบุญอิกญาซีโอแห่งอันทิโอค โปรดภาวนาเพื่อเรา อาแมน


ช่องทางติดตามข้อคิดบทเทศน์ประจำวัน
ID Line : @vissanu201
https://lin.ee/6gZZDwO


รูปภาพ